เห็นดังนั้น เฮ่อจือหร่านจึงรีบอธิบายว่า “พี่เมิ่งไม่ต้องกังวล ท่านอาจารย์ที่สอนวิชาแพทย์ให้ข้าเคยมอบใบสั่งยาที่รักษาโรคระบาดได้ตอนนี้ชาวบ้านที่กินยาเข้าไปล้วนปลอดภัยแล้วสิ่งที่ข้าอยากจะเตือนท่านคือ ชาวบ้านเหล่านั้นติดโรคระบาดก่อนที่จะขึ้นเขามา ตอนนี้ยังไม่ทราบแหล่งที่มาของโรค ไม่แน่ว่าชาวบ้านในหมู่บ้านรอบ ๆ ก็อาจจะติดเชื้อไปด้วยแล้วดังนั้น ข้าหวังว่าท่านจะใส่ใจกับเรื่องนี้ และเพิ่มก าลังคนไปตรวจสอบสถานการณ์ หากพบสิ่งผิดปกติ ก็ต้องรีบด าเนินการทันที”ส าหรับเรื่องที่เฮ่อจือหร่านบอกว่านางมีใบสั่งยาที่รักษาโรคระบาดนั้น เมิ่งไห่หนิงไม่ได้ปักใจเชื่อทั้งหมดท้ายที่สุด โรคระบาดก็แตกต่างจากโรคอื่น ๆ เขาเคยได้ยินผู้ใหญ่เล่าให้ฟังว่า โรคระบาดครั้งใหญ่ในสมัยราชวงศ์ต้าซุ่นนั้น มีท่านหมอมากมายที่ต้องสังเวยชีวิตไปพร้อมกับการรักษาโดยที่ไม่สามารถคิดหาวิธีรักษาได้เขาเชื่อมั่นในตัวของโม่จิ่วเยี่ยจากก้นบึ้งของหัวใจ และเต็มใจที่จะเชื่อว่าน้องสะใภ้ของเขาเป็นคนดีแต่ส าหรับเรื่องใหญ่โตอย่างการรักษาโรคระบาดนั้น เมิ่งไห่หนิงไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย
หากไม่ดีขึ้น คนนับหมื่นนับแสนอาจจะต้องตาย…“น้องสะใภ้ ยาของเจ้ากินแล้วได้ผลจริง ๆ หรือ”เรื่องนี้เผิงวั่งสามารถเป็นพยานได้“น้องชายเมิ่ง พี่ชายอย่างข้าเห็นกับตาตัวเองว่า คนที่ใกล้ตายแล้วกลับฟื้นขึ้นมาได้ เรื่องนี้เจ้าวางใจได้เลย”เมื่อมีเผิงวั่งเป็นพยาน เมิ่งไห่หนิงจึง