หลังจากออกจากร้านขายหนังสัตว์ เผิงวั่งก็ชูนิ้วโป้งให้เฮ่อจือหร่านอีกครั้ง“น้องสะใภ้ ข้านับถือเจ้าจริง ๆ หมาป่าห้าสิบตัวนี้ถ้าไม่มีเจ้า ข้าคงขายพวกมันได้แค่ห้าสิบต าลึง แต่นี่ตอนนี้กลับขายได้ราคาเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว”ความจริงแล้วเฮ่อจือหร่านไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องการค้าขาย นางเพียงมีประสบการณ์จากการใช้ชีวิตในชาติก่อน และรู้หลักการต่อรองราคาบ้างเท่านั้นพอถูกเผิงวั่งยกย่องราวกับเป็นไอดอล นางก็รู้สึกเขินอายเล็กน้อย“พี่เผิงอย่าชมข้านักเลย ข้าแค่โชคดีเท่านั้นเอง”“น้องสะใภ้ เจ้าอย่าถ่อมตัวเลย ข้าไม่ได้เป็นคนชมใครง่าย ๆ นะ”ระหว่างที่พูดคุยกัน เผิงวั่งก็เงยหน้ามองท้องฟ้า“พวกเรารีบเดินทางมาไกลคงหิวกันแล้ว หาที่กินข้าวก่อนดีกว่าแล้วข้าจะไปช่วยเจ้าไปเลือกซื้อของ”ทั้งสามคนเดินไปเรื่อย ๆ เพื่อหาข้าวกินทันใดนั้นเอง ก็มีร่างของบุรุษผู้หนึ่งลอยละลิ่วออกมาจากร้านหนังสือเบื้องหน้า ร่างของเขากระแทกพื้นอย่างรุนแรง
ต่อมาไม่นานนัก ก็มีกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดบัณฑิตเดินออกมาจากร้านหนังสือ“เฟ่ยหนานอวี่ เจ้าเป็นแค่ขอทานกระจอกงอกง่อย ยังมีหน้ามาเรียกตัวเองว่าเป็นบัณฑิตอีกหรือ?”“คราวหน้าถ้าข้าเห็นเจ้ามาที่ร้านแห่งนี้อีก เจอหน้าเมื่อไหร่ ข้าจะตีเจ้าเมื่อนั้น”เฟ่ยหนานอวี่?พอได้ยินชื่อนี้ เฮ่อจือหร่านก็พลันนึกถึงบุรุษผู้หนึ่งขึ้นมาได้ทันที่ในบันทึกประวัติศาสตร์ได้เขียนไว้ว่า หลังจากที่หนานฉีสิ้นพระชนม์ ก็มีบุรุษนามว่าเฟ