หากเขำจำไม่ผิด ในงำนเลี้ยงของพระราชวังเมื่อปีก่อนฟำงฉวนโจวพำภรรยาและบุตรสาวคนโตฟำงหมิงจูมาร่วมงำนเช่นกัน หลังจักรพรรดิซุ่นอู่ได้เห็นบุตรสาวของเขำจึงถูกตำต้องใจนางขึ้นมาทันที่ด้วยอารมณ์จากการดื่มสุรา จักรพรรดิซุ่นอู่ไม่สนใจกฎระเบียบต้องการจะรับฟำงหมิงจูเข้าวังหลังผู้ใดจะรู้ว่าฟำงหมิงจูกลับไม่ยินยอม ต่อหน้ำผู้คนมากมาย นางปฏิเสธ ‘ความเมตตำ’ ของจักรพรรดิซุ่นอู่ด้วยเหตุผลว่านางหมั้นหมายแล้วฟำงฉวนโจวเองก็ไม่ต้องการให้บุตรสาวเข้าวังเพื่อแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับเหล่ำสตรีมากมาย เขำจึงคุกเข่ำช่วยฟำงหมิงจูพูดท่ำมกลางสายตำของขุนนางมากมาย จักรพรรดิซุ่นอู่จึงไม่อาจกักตัวนางไว้ในวังหลังได้ จึงจำใจต้องปล่อยนางไปสองวันให้หลังกลับจากงำนเลี้ยงในวังหลวง ฟำงหมิงจูก็รีบแต่งงำนทันที่จากความเข้าใจของโม่จิ่วเยี่ยที่มีต่อจักรพรรดิองค์นี้ พระองค์จะต้องผูกใจเจ็บอย่ำงแน่นอน จึงใช้โอกำสนี้ยึดทรัพย์สินและเนรเทศ
คนตระกูลฟำงทั้งหมด ในขณะเดียวกันก็สร้ำงปัญหาให้กับตัวเขำด้วยส่วนตระกูลหลี่และตระกูลเหอต่ำงไม่ลงรอยกับโม่จิ่วเยี่ยอยู่แล้วองค์จักรพรรดิส่งพวกเขำเนรเทศพร้อมกับเขำ สาเหตุคืออะไรย่อมเดำได้ไม่ยากชายหนุ่มเห็นเฮ่อจือหร่านยังคงครุ่นคิดอย่ำงหนัก จึงยื่นมือเกี่ยวปลายนิ้วของนางเบำ ๆรอจนกระทั่งเฮ่อจือหร่านสบสายตำ เขำจึงกล่าวเบำ ๆ ว่า “เรื่องของตระกูลเหล่านี้ ต่อไปหากมีโอกำส ข้าจะเล่ำให้เจ้ำฟัง”โม่จิ่วเยี่ยกล่าวเช่นนี้