แล้ว”
ชายหนุ่มรีบเปิดตู้เสื้อผ้ำ หยิบชุดดำออกมา
ชุดหนึ่งส่งให้เฮ่อจือหร่านและอีกชุดให้ตนเอง
ชุดนี้เป็นของโม่จิ่วเยี่ย เฮ่อจือหร่านสวมแล้วค่อนข้างตัวใหญ่แต่ก็ไม่มีผลต่อการเคลื่อนไหวของนาง
โม่จิ่วเยี่ยคว้ำกระบี่อ่อนซึ่งแขวนอยู่บนกำแพง จับมือเฮ่อจือหร่านกระโดดออกทำงหน้ำต่ำงไปด้วยกัน
สองเท้ำเฮ่อจือหร่านเพียงแตะพื้น กลับรู้สึกว่าร่างกายกระโดดลอยขึ้นอีกครั้ง
วีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ที่คนรุ่นหลังยกย่องสรรเสริญ วิชำตัวเบำของเขำมีชื่อเสียงไม่เป็นสองรองผู้ใดจริง ๆ
เขำกระโดดขึ้นลงไม่กี่ครั้ง ก็สามารถทะยานออกนอกอาณำเขตจวนได้
เฮ่อจือหร่านคิดว่าในชำติก่อนทักษะของตนนั้นเยี่ยมยอดมากแต่ก็เป็นเพียงการเรียนรู้วิชำต่อสู้ประชิดตัว เมื่อเทียบกับฝีมือของบุรุษตรงหน้ำ เกรงว่าคงห่ำงชั้นกันหลายขุม
ในขณะเฮ่อจือหร่านชื่นชมโม่จิ่วเยี่ยอยู่ อีกฝ่ำยก็พำนางมายังลานในบ้ำนร้ำงแห่งหนึ่ง
เฮ่อจือหร่านฉงนใจ เอ่ยถำมเสียงเบำว่า “ท้องพระคลังที่ท่านเอ่ยถึงคือที่นี่หรือ”
โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้ตอบ เพียงนาทำงนางเข้าไปในห้องหนึ่ง
เขำเดินตรงไปยังเตำผิงที่สภำพทรุดโทรม ลงมือแซะก้อนอิฐออกมาสองสามก้อน ก็จะปรากฏช่องทำงมืดสนิทต่อหน้ำคนทั้งสอง
โม่จิ่วเยี่ยอธิบำยเบำ ๆ ว่า “ที่นี่คือทำงลับไปยังท้องพระคลัง”
เฮ่อจือหร่านอยากถำมเหลือเกินว่าชายหนุ่มรู้ได้อย่ำงไร แต่เมื่อนึกถึงคำขอร้องที่บอกเขำเมื่อครู่ว่าไม่ให้อีกฝ่ำยถำมความลับของตนฉะนั้น นางก็ควรทำเ