เรื่องนี้เฮ่อจือหร่านรู้สึกว่าควรแจ้งให้พวกนางทราบเช่นกัน อีกทั้งคำเตือนเหล่านี้หากโม่จิ่วเยี่ยเอ่ยบอกด้วยตนเองย่อมมีน้ำหนักกว่านาง“เอาเถอะ ข้าจะสั่งให้คนไปเชิญพวกนางมา”เฮ่อจือหร่านสั่งการคนรับใช้ให้ไปเชิญคนในเรือนต่ำง ๆ มา ก่อนเดินกลับเข้าห้องอีกครั้งนางถำมโม่จิ่วเยี่ยว่า “ท่านคิดแผนการดี ๆ ไว้แล้วหรือยัง”“เจ้ำกับพวกพี่สะใภ้สามารถถือหนังสือหย่ำออกไปได้” สิ่งที่โม่จิ่วเยี่ยนึกได้คือการทำให้คนได้รับผลกระทบน้อยที่สุดเฮ่อจือหร่านไม่โต้แย้งอะไรแม้นางจะเพิ่งพูดคุยกับพี่สะใภ้ทั้งแปดได้ไม่นานนัก แต่ก็รับรู้ได้ว่าพวกนางจิตใจดีน่ำสงสารที่พวกนางต้องกลายเป็นม่ำยตั้งแต่อายุยังน้อย ทั้งยังถูกเนรเทศด้วยอีกส่วนตัวนางเองก็ไม่ได้คิดอะไรมากมายนางเพียงสงสารชะตำกรรมของสกุลโม่ และอยากใช้ความสามารถที่มีช่วยเปลี่ยนแปลงดวงชะตำมรณะซึ่งกำลังจะมาของโม่จิ่วเยี่ยให้ได้
ไม่นานนัก ฮูหยินผู้เฒ่ำกับพี่สะใภ้ก็ทยอยกันมาถึงเฮ่อจือหร่านรู้ได้ว่าทุกคนห่วงใยโม่จิ่วเยี่ยอย่ำงจริงใจฮูหยินผู้เฒ่ำเดินมาดูลูกชายเป็นคนแรก แม้ในดวงตาจะมีน้ำตำคลอเรื่อ แต่กิริยาท่ำทำงยังเข้มแข็ง“จิ่วเยี่ย เจ้ำเป็นอย่ำงไรบ้ำง”“ท่านแม่ ข้าไม่เป็นอะไร เพียงบาดแผลเล็กน้อย”“น้องเก้ำ เหตุใดเจ้ำได้รับบาดเจ็บ” พี่สะใภ้สี่ถำมด้วยความห่วงใยโม่จิ่วเยี่ยเหลือบมองทุกคน“รอให้พวกพี่สะใภ้มาครบก่อน ข้าจึงจะเล่ำให้ฟัง”เมื่อโม่จิ่วเยี่ยพูดเช่นนี้ ทุกคนต่ำงไม่ได้ซั