ับไม่ฟังเขาเลย เมื่อบอสเริ่มการต่อสู้ก็คงไม่สามารถหยุดอีกฝ่ายได้การต่อสู้ครั้งนี้จะยุติลงก็ต่อเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกโค่นในขณะนั้นเอง กวาจื่อก็ส่งคำขอติดต่อผ่านเสียงมาหาเย่ฮวา อีกฝ่ายประจำการอยู่ที่แดนนรก บางทีอาจจะมีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้น คิดเช่นนี้เย่ฮวาจึงกดยอมรับทันที“เย่ฮวา! มัวทำอะไรอยู่เนี่ย? ออนไลน์อยู่แท้ๆ ทำไมฉันถึงไม่เห็นนายในแดนนรกล่ะ!” กวาจื่อตะโกนถามเสียงดังเย่ฮวายิ้มอย่างขมขื่น “อาวุธของหานหลินได้รับความเสียหาย ฉันกำลังรวบรวมวัสดุเพื่อช่วยเธอซ่อมอาวุธอยู่ทำไมเหรอ? โทรมามีเรื่องอะไรรึเปล่า?”กวาจื่อยิ้ม “ไม่มีอะไรหรอก ตอนนี้เหลือเวลาอีกหลายชั่วโมง ฉันว่างๆ อยู่พอดี เลยคิดไว้ว่าจะไปอัพเวลกับนาย”มุมปากของเย่ฮวากระตุกเล็กน้อย “มาเพิ่มเลเวลกับฉันเนี่ยนะ แล้วอาหลีของนายล่ะ?”“เห้ย! อย่าเพิ่งพูดถึงเรื่องนี้ วันนี้เธออารมณ์ไม่ค่อยดีฉันยังไม่กล้าโทรไปหาเธอเลยเนี่ย”“สหาย ดูแลตัวเองด้วย~”“เฮ้ย! ไม่เอาน่า! ฉันจะไปแดนเงียบสงบโลกาวินาศนายจะไปด้วยกันไหม?”“เอาดิ แต่ขอฉันดูเวลาอีกทีก็แล้วกันนะ นายนำไปก่อนเลย ถ้าฉันรวบรวมวัสดุเสร็จแล้วจะทักหานะ”“โอเค! แค่นี้นะ”“โอเค”……หลังจากวางสายเย่ฮวาจึงถอนหายใจออกมา สำหรับกวาจื่อนอกจากเขาก็ไม่มีใครแล้ว“พรวด!”ขณะที่เย่ฮวากำลังเหม่อลอยอยู่นั้น ความรู้สึกเย็นวาบได้จ่อมาที่กลางลำคอของเขา เขาจึงนึกขึ้นได้ว่าตัวเองกำลังต่อสู้อยู่กับจิตวิญญาณต้นไม้เหมันต์!