วไม่ใช่เหรอว่าให้รออีกสองนาที? ทำไมนายถึงสู้ก่อนล่ะ?”เย่ฮวายิ้ม “นี่ไม่ใช่การพบปะสังสรรค์นะ กว่าจะได้เจอกับนายพลปีศาจสักตัวไม่ใช่เรื่องง่ายเลย”“งั้นฉันใช้สกิลวิญญาณแห่งเหมันต์ก่อนนะ” มู่จื่อหานยักไหล่พร้อมกับพูด“ข้ามไปใช้สกิลโลกวิญญาณแห่งเหมันต์เลยเถอะบอสตัวนี้ไม่ใช่เล่นๆ เลย ดูจากสถานการณ์การต่อสู้แล้วฉันว่าคงต้องข้ามไปใช้สกิลสวรรค์วิญญาณแห่งเหมันต์เลยล่ะ”“โอเค”ว่านฝ่าขมวดคิ้วขณะจ้องมองมู่จื่อหาน ดูเหมือนว่ามันกำลังคาดเดาความแข็งแกร่งของเธออยู่สินะว่านฝ่าเคยบอกกับเย่ฮวาอย่างไม่อายว่ามันสามารถสู้กับคนสิบคนได้ แต่ตอนนี้ผลการต่อสู้ของมันกลับเสมอกับเย่ฮวา แม้ว่ามันจะไม่แพ้ในตอนนี้ แต่ก็ไม่สามารถเอาชนะได้อย่างแน่นอนการมาถึงของมู่จื่อหานทำให้มันรู้สึกสับสนเล็กน้อยแววตาของมันฉายชัดอย่างชัดเจนว่าไม่ได้ต้องการต่อสู้อีกต่อไปแล้วเย่ฮวามองว่านฝ่าด้วยรอยยิ้ม “ไม่ต้องกลัวหรอก เธอก็แค่มดปลวกระดับดวงดาราเท่านั้น นายบอกเองไม่ใช่เหรอว่าไม่ได้มีปัญหาอะไร~”ขณะที่กล่าว เย่ฮวาจึงกราชับดาบในมือ บนปลายดาบมีแสงเรืองรองปรากฏให้เห็น จากนั้นเขาจึงเหวี่ยงดาบตรงไปที่ว่านฝ่าอย่างไม่รอช้าเงาดาบเกิดแสงสว่างวูบวาบ การโจมตีแต่ละครั้งสร้างบาดแผลบนร่างกายของว่านฝ่า และในตอนนี้เองแรงกดดันอันทรงพลังก็ค่อยๆ เพิ่มขึ้นจากทางด้านหลังของเย่ฮวามู่จื่อหานเปิดใช้สกิลวิญญาณแห่งเหมันต์และเข้าสู่ขั้นสกิลโลกวิญญาณแห่งเหมันต์ทันที!