“ตึง!”เสียงดังกระหึ่มขึ้น แสงที่อยู่บนม่านแสงเริ่มเกิดการบิดเบี้ยว นอกจากนี้บนหินยังเกิดรอยร้าวอีกหลายเส้นเนื่องจากมีเอฟเฟคใบมีดทลายนภาจากใบมีดนภาลัยจึงทำให้เขาสามารถสร้างความเสียหายให้กับม่านแสงที่สร้างเหล่านี้ได้ ดังนั้นผลกระทบที่ม่านแสงได้รับจากการโจมตีของเขาจึงไม่ใช่น้อยๆ เลยหลังจากผ่านการโจมตีอย่างต่อเนื่องหลายครั้ง บนหินจึงเริ่มเกิดรอยแยกจำนวนนับไม่ถ้วน เมื่อการโจมตีถูกส่งออกไปกว่าสิบครั้ง เสียงเบาๆ พลันดังขึ้น หินแยกออกจากกันจนกลายเป็นเศษหินชิ้นเล็กชิ้นน้อยจำนวนมากวินาทีที่หินกลายเป็นเศษหิน ม่านแสงที่อยู่รอบๆ เริ่มบิดเบี้ยวและหายไปไม่เหลือให้เห็นแม้แต่เงาเย่ฮวาหันไปพยักหน้าให้ชิงฮว่าซางและโม่อี้หลงส่าวจากนั้นทั้งสามคนจึงเดินเข้าไปด้านในป่าหมอกโลหิตแห่งนั้นหลังจากเดินผ่านพื้นที่ราบ พวกเขาก็สามารถเข้าสู่ขอบเขตของป่าหมอกโลหิตได้สำเร็จภายในป่าถูกปกคลุมด้วยหมอกสีเลือดทำให้การมองเห็นของพวกเขามีอยู่อย่างจำกัด ในเวลาเดียวกันกิ่งไม้ใบไม้ก็ปกคลุมจนหนาแน่น ทำให้ป่าหมอกโลหิตแห่งนี้อึมครึมจนแปลกประหลาดมากยิ่งขึ้นเย่ฮวากล่าวเสียงขรึม “ฉันจะเปิดทางให้ก็แล้วกัน พวกนายเฝ้าระวังอยู่ด้านหลังนะ”พูดจบเขาจึงเดินแหวกเข้าไปด้านในป่าหมอกโลหิตบรรยากาศที่อยู่รอบตัวเกิดการเปลี่ยนแปลง เย่ฮวาเริ่มเกิดความตึงเครียด ไม่มีใครรู้เลยว่าจะเกิดอันตรายอะไรขึ้นภายในป่าหมอกโลหิตแห่งนี้ตอนที่เย่ฮวาเดินตรงไปด้านหน้า