จจะเป็นเพราะปัญหาขององศาการโจมตี ดังนั้นเขาจึงไม่ได้รับแรงโจมตีทั้งหมดจากมัน ความเสียหายที่เกิดขึ้นจึงลดลงอย่างมากเขาลากตัวเองที่เหลือค่าพลังชีวิตอีกไม่มากเข้าไปจัดการกับบอสอย่างไม่ยอมแพ้ ดาบในมือกวัดแกว่งไปมาขณะปล่อยการโจมตีออกไปทั้งหมดเจ็ดครั้ง ระหว่างที่ค่าดาเมจแต่ละครั้งลอยขึ้นเหนือหัวของรูปปั้นหินยักษ์มหาสมุทร ค่าพลังชีวิตของเขาก็กลับมาเต็มหลอดอีกครั้งภายใต้เอฟเฟคดูดเลือดเขาย้ายตำแหน่งสลับไปมาตรงหน้าบอส ตอนที่ศรหน้าไม้สุดท้ายยิงออกมา เย่ฮวาจึงใช้การโจมตีเพื่อดึงค่าพลังชีวิตที่ลดลงให้กลับคืนมาอีกครั้งหลังจากใช้เวลาไปประมาณสิบวินาที ในที่สุดสกิลที่สามของมันก็สิ้นสุดลง โชคดีที่มู่จื่อหานไม่ได้เป็นเป้าหมายของสกิลนี้ ดังนั้นการโจมตีนี้จึงไม่ได้สร้างความเสียหายให้กับเธอแม้แต่น้อยหลังจากผ่านไปอีกหลายนาทีให้หลัง ตอนที่เม่ยเอ๋อร์และมังกรวิญญาณวายุม่วงถูกเรียกออกมา การโจมตีของพวกเขาก็กลับมาอยู่จุดสูงสุดอีกครั้งตอนที่ค่าพลังชีวิตของรูปปั้นหินยักษ์มหาสมุทรเหลืออยู่ 20% แรงกดดันบนร่างกายของมันพลันทวีคูณขึ้น เย่ฮวารู้สึกได้ถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ดีเท่าไหร่นัก เขาจึงหันไปบอกมู่จื่อหาน “รีบถอยไป!”แต่ตอนที่เขาเพิ่งจะตะโกนออกไป ทุกอย่างก็สายไปเสียแล้วใต้มหาสมุทรมีพลังงานระเบิดออกมา ราวกับมหาสมุทรอันกว้างใหญ่กำลังพลิกคว่า มังกรยักษ์วายุแกร่งแผดเสียงคำรามอย่างไม่หยุดขณะทะยานลงสู่เบื้องล่าง ราวกับว่าถ