ิดขึ้นทำให้เขาและเม่ยเอ๋อร์รู้สึกจั๊กจี๋แถบค่าประสบการณ์ที่เพิ่มขึ้นทำให้เย่ฮวารู้ได้ในทันทีว่าการตัดสินใจเก็บเลเวลที่นี่ถือว่าไม่เลวเลย ทว่าเป้าหมายของเขาในครั้งนี้ไม่ใช่การเก็บเลเวล แต่เป็นการออกตามหาเผ่าเอลฟ์ ส่วนค่าประสบการณ์ที่เพิ่มขึ้นเป็นเพียงผลพลอยได้เย่ฮวาและเม่ยเอ๋อร์ฆ่ามอนสเตอร์ไปพลางก็เดินหน้าเข้าสู่หุบเขาสูงไปพลาง ยิ่งเดินขึ้นมาก็ยิ่งรู้สึกว่าภายในป่ามีภูมิศาสตร์ที่ค่อนข้างซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ รอบตัวเต็มไปด้วยป่าชุกชุม ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็มีแต่เถาวัลย์พิษทั่วทุกหนแห่ง การขี่ม้าจ้านหยินจึงไม่ใช่วิธีที่สะดวกสบายเท่าไหร่นัก ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจเดินแทนการขี่ม้าหลังจากผ่านไปได้หนึ่งชั่วโมงกว่าๆ ภายในป่าก็มีเสียงนกร้องดังขึ้น อีกทั้งยังเป็นเสียงหวีดร้องที่ไม่ค่อยน่ารื่นรมย์เท่าไหร่นักตอนที่แหงนหน้ามองต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ข้างๆ ก็พบว่ามีเอลฟ์ตัวหนึ่งกำลังง้างคันธนูในมือและเล็งมาที่ร่างของเขา“สวบ!”ตอนที่เขาพบว่าลูกธนูกำลังส่งตรงมาจากเอลฟ์ตัวนั้นลูกธนูก็เฉียดแก้มของเขาไปและปักลงสู่พื้นโคลนที่อยู่ด้านหลัง เม่ยเอ๋อร์กัดฟันกรอดและทำท่าราวกับจะปะทะเข้าใส่เอลฟ์ แต่ก็ถูกเขาห้ามไว้เสียก่อนเย่ฮวาหันไปยิ้มให้เอลฟ์ตัวนั้น ตอนที่กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง จู่ๆ อีกฝ่ายก็ยิงลูกธนูขึ้นกลางอากาศจนทำให้ใบไม้ปลิวว่อนอยู่ด้านบน รวมถึงเสียงแหลมทะลวงอากาศที่ดังขึ้นทั่วทั้งภูเขาซวีเหมี่ยนเอลฟ์จับเถาวัลย