ลับที่นอนแผ่อยู่ภายในหุบเขาก่อนหน้านี้ก็หายไป ตอนนี้หินเจิ้นซานเหลือค่าพลังชีวิตอีกเพียงแค่ราวๆ 10% เท่านั้น อีกฝ่ายถลึงตามองเขาทว่ากลับไม่พูดอะไรเย่ฮวาแหงนหน้าขึ้นไปมองชายวัยกลางคนผู้พิทักษ์ประตูบานนี้ ในเมื่ออีกฝ่ายเป็นเหมือนกับท้องฟ้าที่อยู่เหนือกว่า เขาจึงไม่สามารถทำอะไรกับคนๆ นั้นได้ แม้แต่ข้อมูลของอีกฝ่ายเขายังไม่สามารถมองเห็น ถึงจะเป็นเช่นนั้นเขาก็พอจะรู้ได้ว่าความสามารถของอีกฝ่ายต้องไม่ธรรมดาแน่นอนชายเสื้อคลุมเหลืองพูดด้วยน้าเสียงเยือกเย็นไร้อารมณ์ความรู้สึก “เจ้าผ่านการทดสอบแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าข้าจะยอมรับเจ้า หลังจากนี้ระวังตัวเองให้ดีก็แล้วกัน”พูดจบอีกฝ่ายก็กระทืบเท้าข้างหนึ่งเพื่อดันร่างตัวเองให้ลอยขึ้นสู่เบื้องบน เสียง ‘สวบ’ ดังขึ้นขณะที่ร่างของเขาทะยานหายลับไปกับเมฆาปุยกลุ่มใหญ่อย่างไร้ร่องรอย“แกร่ก!”เสียงบางอย่างเรียกสติของเย่ฮวาให้กลับคืนมา เขาหันไปมองก็พบว่าหินเจิ้นซานมีรอยร้าวขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นจากนั้นรอยร้าวก็ค่อยๆ กระจายออกจากกัน และยังมีเสียงแกร่กๆ ดังอย่างต่อเนื่อง“ตึง!” เสียงดังขึ้นอีกครั้งขณะที่หินเจิ้นซานถล่มลงมาและมลายหายไป จากนั้นแผ่นป้ายคำสั่งสีเหลืองชิ้นหนึ่งก็ลอยออกมาจากซากหินและหยุดลงตรงหน้าเย่ฮวาเย่ฮวายื่นมือออกไปจับแผ่นป้ายคำสั่งแห่งความแข็งแกร่ง จากนั้นก็เก็บร่างโคลนและอสูรบรรพกาลกลับเข้าไปอยู่ในช่องมิติตามเดิม วินาทีต่อมาภาพตรงหน้าก็เปลี่ยนเป็นห