อดจากเป้าหมาย ส่วนอีกร่างก็ทำหน้าที่คุ้มกันดูแลความปลอดภัยให้อีกฝ่าย วิธีนี้น่าจะเปลี่ยนสถานการณ์ให้ดีขึ้นได้การต่อสู้ดำเนินต่อไปราวๆ สิบกว่านาที หลังจากมอนสเตอร์อีกระลอกปรากฏตัวขึ้นจำนวนของพวกมันก็ค่อยๆลดน้อยลง ในที่สุดประตูวาร์ปก็ไม่มีมอนสเตอร์โผล่ออกมาอีก ซึ่งถือเป็นอันสิ้นสุดมอนสเตอร์ระลอกที่เก้าเป็นเพราะภารกิจในครั้งนี้ทำให้เขาไม่ได้ออกไปกินข้าวเที่ยง เมื่อเห็นว่าเหลือมอนสเตอร์ระลอกสุดท้ายและอีกนิดเดียวเขาก็จะได้ครอบครองแผ่นป้ายคำสั่งแห่งความแข็งแกร่ง เขาจึงตัดสินใจที่จะสู้ให้ถึงที่สุด!ร่างใต้เสื้อคลุมสีเหลืองยกแขนขึ้น ทันใดนั้นลมอ่อนๆก็เริ่มพัดโชยเข้ามา เย่ฮวาเหลือบตามองไปที่ประตูวาร์ปตรงหน้าเพื่อรอคอยการมาถึงของมอนสเตอร์ระลอกสุดท้าย10 วินาที…30 วินาที…1 นาที…เย่ฮวาขมวดคิ้วด้วยความงุนงง เกิดอะไรขึ้น? ประตูวาร์ปแลคเหรอ? มอนสเตอร์อยู่ไหน?หลังจากรอไปได้ครู่หนึ่งก็ยังไม่เห็นมอนสเตอร์ระลอกสุดท้ายโผล่ออกมาเหมือนกับก่อนหน้านี้ เย่ฮวาจึงแหงนหน้าขึ้นไปมองชายเสื้อคลุมเหลืองที่ยืนอยู่กลางอากาศ อีกฝ่ายจ้องมองกลับมาด้วยใบหน้าเรียบเฉย จู่ๆ เย่ฮวาก็รู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างลมโชยที่ปะทะเมื่อครู่ผ่านแผ่นหลังของเขาราวกับต้นหลิวที่ผ่านร่างไปอย่างรวดเร็ว วินาทีต่อมาแสงสว่างก็สว่างวาบในหัวของเขา ภาพตรงหน้าเปลี่ยนเป็นความมืดอย่างฉับพลัน เขาจึงรีบตะโกนสุดเสียง “อสูรบรรพกาล!”“โบร๋ว~โบร๋ว~”อสูรบรรพกาล