ัสสูงกว่าอารัคเนค่อนข้างมาก แม้ว่าการโจมตีของมันจะไม่สูงเท่าไหร่นักแต่ในส่วนของการป้องกันและค่าพลังชีวิตกลับสูงขึ้นอย่างมากการเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์ประเภทนี้ทำให้เขารู้สึกค่อนข้างปวดขมับ เพราะเมื่อเทียบกันแล้วมอนสเตอร์ที่มีการโจมตีสูงแต่มีการป้องกันต่าสามารถสังหารได้เร็วกว่าส่วนมอนสเตอร์ที่มีการป้องกันสูงขนาดนี้เป็นคู่ต่อสู้ที่ทำให้เขารู้สึกเสียเวลาเป็นอย่างมาก เมื่อเห็นเหล่ามนุษย์ยักษ์หินที่โผล่ออกมาจากจากประตูวาร์ปอย่างต่อเนื่องเหล่านั้นก็ทำให้เขารู้สึกหมดคำพูดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกแม้ว่าภายในใจจะรู้สึกไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่นักทว่าในเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วยังไงก็ต้องสู้ให้ถึงที่สุด อสูรบรรพกาลถูกเรียกออกมายืนอยู่ตรงหน้าเขาอีกครั้ง ทันทีที่มันปรากฏตัวขึ้นก็เปิดใช้สกิลเหยียบย่าวิญญาณร่วงโรยเพื่อสร้างแนวป้องกันอย่างรู้งาน วิธีนี้ช่วยให้เขาสามารถสังหารมอนสเตอร์เหล่านี้ได้เร็วยิ่งขึ้นจากนั้นเขาก็สั่งให้มันกลับไปช่วยร่างโคลนที่อยู่อีกฝั่งต่อ การต่อสู้ในครั้งนี้เย่ฮวาคือผู้โจมตีหลัก สกิลแรกที่ปะทะเข้าใส่กลุ่มมอนสเตอร์เหล่านั้นคือสะบั้นตะวันทอแสง เพียงชั่วครู่ค่าดาเมจก็เด้งขึ้นเป็นระลอก!“366,357”“382,941”“376,194”……ค่าดาเมจแค่นี้ยังไม่เพียงพอที่จะสังหารมนุษย์หินยักษ์เหล่านี้ได้ แต่สกิลเหยียบย่าวิญญาณร่วงโรยสามารถสร้างค่าดาเมจให้กับพวกมันได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังเป็นค่าดาเมจที่ค่อนข้างสูง