ยยังอยู่ในช่วงคูลดาวน์ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถใช้สกิลที่ทำให้เป็นอมตะได้ศพของนักบวชที่อยู่ด้านหลังนอนเกลื่อนกลาดไปทั่วส่งผลให้พวกเขาไม่มีความสามารถที่จะฮีลให้เย่ฮวาและคนอื่นๆ ได้อีกต่อไป เม่ยเอ๋อร์ยังคงทำหน้าที่เป็นฝ่ายแทงค์และโจมตีใส่บอสอย่างไม่หยุดยั้ง ทางด้านพี่หน่ายและเหล่านักบวชที่เคยอยู่ที่นี่ถูกส่งกลับเมืองไปหมดแล้วเป็นเพราะสกิลอมตะใช้เวลาในการคูลดาวน์ค่อนข้างนานจึงไม่สามารถใช้งานติดต่อกันได้สองครั้งภายในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน แม้ว่าการโจมตีครั้งแรกจะต้านการโจมตีได้ ทว่าก็ยังไม่เพียงพอที่จะต้านการโจมตีในครั้งที่สองได้ตอนนี้มีเพียงแค่เย่ฮวา มู่จื่อหาน เม่ยเอ๋อร์และมังกรวิญญาณวายุที่ยังยืนอยู่ในวังแห่งนี้อาร์มมาร์คขมวดคิ้วจนกลายเป็นปมขณะพุ่งตัวมาทางเย่ฮวาพร้อมกับคนของเขา ตอนนี้ค่าพลังชีวิตของบอสเหลืออีก 5% แล้ว ถ้าหากติดคริติคอลระยะเวลาแค่ 2นาทีเขาอาจจะกำจัดบอสตัวนี้ได้ เย่ฮวาจึงส่งข้อความไปหามู่จื่อหานเธอรีบสั่งให้มังกรวิญญาณวายุม่วงกลับมาที่วังร่างกายที่ใหญ่โตของมันเบียดและอุดอยู่ตรงบริเวณประตูวังอย่างรวดเร็ว ส่วนเย่ฮวาก็รีบใช้โอกาสนี้หมุนตัวกลับไปจัดการกับบอสต่อทันที สกิลดาบยวี่เจี้ยนเจ็ดวิถีถูกส่งออกไปพร้อมกับร่างโคลนของเขาที่ปรากฏตัวขึ้นถึงสองร่างเขาเปิดใช้สกิลพลานุภาพแห่งราชาศักดิ์สิทธิ์เพื่อเพิ่มการโจมตีและอัตราติดคริติคอลขึ้นอีก 50% นอกจากนี้ยังมีเม่ยเอ๋อร์ที่ระดมโจมตีเข้าใ