หลังจากเข้าสู่อีกมิติมาแล้ว เย่ฮวาและเสี่ยวตูฉง ก็มีสภาพสะบักสะบอม โดยที่เวลานี้เย่ฮวานอนกองอยู่กับพื้นส่วนเสี่ยวตูฉงได้นั่งคร่อมเขาอยู่มือของเย่ฮวากอดสาวน้อยผู้น่ารักไว้ในอ้อมกอด ส่วนใบหน้าของเธอแดงเถือกราวกับผลแอปเปิ้ล มือเล็กๆ ทั้งสองข้างยกขึ้นมาปิดบังใบหน้าของตัวเองไว้ด้วยความเขินอายกลิ่นหอมๆ แตะเข้ากับปลายจมูกของเย่ฮวาจนทำให้เขาเองก็รู้สึกอึดอัดใจอยู่ไม่น้อย แม้ว่าเขาจะอยากลุกขึ้นยืนทว่ากลับถูกร่างของหญิงสาวคนนี้กดไว้จนไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้ เขาไอกระแอมสองครั้ง “เธอลุกขึ้นก่อนดีไหม?”เสี่ยวตูฉงตกใจจนรีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืน เธอรีบหมุนตัวและยกมือขึ้นมาปิดหน้าตัวเองไว้ด้วยความเขินอาย “ขะ…ขอโทษ…”เย่ฮวาลุกขึ้นยืนและปัดฝุ่นบนร่างกาย “ไม่เป็นไร”เม่ยเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ข้างๆ จ้องมองเขาด้วยดวงตากลมโตจากนั้นก็ถามเขาด้วยความไม่เข้าใจว่า “ทำไมพี่ชายกับพี่สาวถึงหน้าแดงเจ้าคะ?”“แค่กๆ…”เย่ฮวาไม่ได้พูดอะไรแต่กลับไอกระแอมออกมาเพื่อแสดงออกถึงความอึดอัดใจ หลังจากนั้นก็กวาดตามองไปรอบๆ ก็พบว่าสถานที่สำหรับซ่อนอัญมณีหินของเผ่ายักษ์เป็นมิติรูปทรงสี่เหลี่ยมซึ่งถูกปิดไว้อย่างสมบูรณ์ รอบๆ ถูกสร้างด้วยหิน นอกจากคทาสีดำที่ปักอยู่บนพื้นที่อยู่ใจกลางของมิติแห่งนี้ก็ไม่พบสิ่งอื่นนอกเหนือจากนี้คทาเล่มนั้นไม่ได้ผุดขึ้นมาจากพื้นหิน ทว่ากลับดูเหมือนว่าจะมีใครบางคนใช้พละกำลังมหาศาลเพื่อปักคทาเล่มนี้ลงสู่พื้นหิน ส่ง