ิกซ์ ส่วนมันก็ถอยกลับออกไปจากทางด้านหลังของวังเพื่อมุ่งหน้ากลับไปยังทะเลสาบก่อนหน้านี้พี่หน่ายกำหมัดเล็กๆ ของเธอ “ตื่นเต้นๆ เย่เย่น้อย…อีกเดี๋ยวนายต้องสู้กับพวกมันแบบหนึ่งต่อสิบแล้วสินะ?”กล้ามเนื้อบนใบหน้าของเย่ฮวากระตุก “พอเถอะ เผ่าฟีนิกซ์ต่างก็เป็นบอสระดับเซียนปฐพีทั้งหมด ด้านบนนั้นคงมีเทพอสูรในสมัยโบราณอยู่ด้วย เธออยากให้ฉันตกใจจนหัวใจวายตายเลยหรือไง?”เยว่เอ๋อร์ยิ้ม “เอาล่ะๆ พี่เย่ฮวาของเราทรงพลังขนาดนี้ ครั้งนี้ได้เข้ามาเดินเล่นในแดนปีศาจก็ถือว่าไม่เลวแล้วเผ่ามังกรและเผ่าพยัคฆ์พวกเรายังไม่ได้ลงมือทำอะไรเลยต้องดูการเจรจาของพี่เย่ฮวาแล้วล่ะว่าจะเป็นอย่างไร”ทุกคนเดินขึ้นบันไดไปทีละขั้น ตอนที่ระดับสายตาอยู่ในระดับเดียวกันกับแท่นหิน พวกเขาก็ได้เห็นบรรยากาศโดยรอบทั้งหมด ด้านบนพื้นหินของแผ่นหินมีรูปแกะสลักทรงกลมขนาดใหญ่ปรากฎอยู่ การแกะสลักนั้นมีลักษณะคล้ายกับฟีนิกซ์ที่กำลังต่อสู้กันบนฟ้า นอกจากนี้รั้วที่อยู่รอบๆ แท่นหินแห่งนี้ก็ดูโบราณเป็นอย่างมาก แน่นอนว่าสิ่งที่ดึงดูดความสนใจได้มากที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นฟีนิกซ์ยักษ์เจ็ดตัวที่ยืนอยู่บนนั้น ร่างกายของมันเต็มไปด้วยเปลวเพลิงที่ร้อนระอุ ทว่าแท่นหินกลับไม่ได้ถูกแผดเผาจนเหลือเป็นเถ้าถ่านอย่างที่ควรจะเป็น สิ่งนี้ทำให้ผู้ที่พบเห็นรู้สึกเสียวสันหลังวาบอยู่ไม่น้อยเลยที่มาของความหนาวเหน็บคือหญิงสาวที่กำลังยืนหันหลังให้กับพวกเขา หญิงสาวผู้นี้สวมใส