หมดที่มีและจดจ่อไปบนดาบคู่นั้นก่อนจะบังคับทิศทางการเคลื่อนไหวของมัน ทว่าเย่ฮวาก็เพิ่งค้นพบว่าการควบคุมดาบทั้งสองช่างเป็นเรื่องยากจริงๆ แม้แต่เทียนเซี่ยป้าเริ่นที่สามารถควบคุมได้อย่างแม่นยำก็อาจจะต้องใช้ระยะเวลาหนึ่งเพื่อทำความคุ้นชินกับสิ่งนี้เย่ฮวาควบคุมทิศทางไปพลางก็หันไปคารวะคนอื่นๆไปพลาง “ตอนนี้สายมากแล้ว ผมไม่อยากให้เสียเวลามากไปกว่านี้ ผมขอกล่าวลา”เอินเค่อพยักหน้า “น้องชาย…ข้าเชื่อว่าเจ้าจะต้องเจอกับดาบหานอี้และช่วยดินแดนหลิงเกิงได้อย่างแน่นอน!”……ม้าศึกวิ่งบนพื้นที่ราบไปด้านหน้าอย่างรวดเร็วจนเป็นดั่งเงาที่กำลังวิ่งผ่าน ดาบทั้งสองเล่มยังคงลอยอยู่กลางอากาศอีกทั้งยังหมุนวนไปมาราวกับผีเสื้อที่กำลังเต้นระบำหลังจากใช้เวลาไปหนึ่งชั่วโมงกว่า ในที่สุดเย่ฮวาก็เดินทางมาถึงเทือกเขาคร่าครวญ ด้านหลังของเทือกเขาลูกนี้มีกำแพงสีดำหนึ่งสายกั้นอยู่ซึ่งดูแข็งแรงและทนทานอย่างมาก ทว่าด้านหลังของเทือกเขากลับมีรอยแตกคล้ายกับใยแมงมุมปรากฎอยู่ ตรงบริเวณนั้นเป็นจุดเชื่อมต่อเพียงหนึ่งเดียวระหว่างดินแดนแห่งความว่างเปล่าชั้นแปดและชั้นเก้า เอินเค่อเคยบอกเขาว่ารอยแยกนี้เกิดจากการปะทะโดยอสูรที่ทรงพลังตัวหนึ่งเย่ฮวาควบม้าจ้านหยินขึ้นมาถึงด้านบนเทือกเขาทันใดนั้นวิวทิวทัศน์ที่อยู่ด้านหลังของเทือกเขาแห่งนี้ก็ปรากฏสู่สายตาของเขาอย่างชัดเจน……ก้อนหินใหญ่ถูกวางขวางไว้ด้านหน้าของกำแพงที่มีรอยแตก มีเพียงช่องว่างซึ่งเป