ตุนี้จึงทำให้เย่ฮวารู้สึกได้ถึงความเหนือกว่าของตัวเอง มันเป็นผลที่ส่งมาจากแรงกดดันของราชาศักดิ์สิทธิ์คนเหล่านั้นมองเย่ฮวาด้วยความตกตะลึง ทว่ากลับยังไม่ยอมแพ้ ในเมื่ออีกฝ่ายต้องการจะสู้เขาก็ไม่คิดจะออมมือ สกิลที่คนเหล่านั้นโจมตีเข้าใส่สร้างค่าดาเมจได้เพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น ภายใต้เอฟเฟคแสงศักดิ์สิทธิ์จากอนุสรณ์รวมวิญญาณ จึงทำให้เย่ฮวาไม่ได้รู้สึกระคายเคืองผิวแม้แต่น้อยเย่ฮวายังคงยืนนิ่งอยู่กับที่โดยไม่ไหวติง หลังจากมู่จื่อหานจัดการธุระกับเยว่เอ๋อร์เสร็จแล้ว เธอก็หันมาเห็นผู้เล่นเหล่านั้นที่กำลังโจมตีเย่ฮวาพอดี ทว่าตอนที่เธอกำลังจะเข้ามาช่วย เย่ฮวาก็ส่งข้อความห้ามพวกเธอไม่มีความจำเป็น…เพราะตอนนี้แม้แต่ตัวเขาก็ไม่คิดจะสู้เช่นกันเย่ฮวามองไปที่นักเวทย์ซึ่งอยู่ข้างเขาด้วยสายตาเย็นชาก่อนจะกวาดมองตามองไปยังคนอื่นๆ แล้วเอ่ยขึ้นมาว่า“พวกนายสู้ฉันไม่ได้หรอก ไปซะเถอะ”“ชิ! คิดว่าเก่งมากเหรอวะ? ฉันจะบอกอะไรให้นะ พี่น้องของฉันกำลังมาที่นี่ แกเชื่อไหมล่ะว่าผู้เล่นจำนวนนับร้อยของพวกเราสามารถฆ่าแกได้แน่ๆ!” นักดาบคนนั้นแค่นเสียงออกมาจากลำคอเย่ฮวาถอนหายใจออกมาเบาๆ เขาเรียกม้าจ้านหยินออกมาแล้วลอยขึ้นสู่กลางอากาศเพื่อออกห่างจากรัศมีการโจมตีของคนเหล่านั้น หลังจากนั้นก็ส่งข้อความไปหามู่จื่อหานเพื่อให้เธอเตรียมตัวออกจากระบบหลังจากนี้ในอีก 5 วินาทีที่เย่ฮวาออกไปจากจุดนั้นไม่ใช่เพราะอยากจะหนี แต่เขาแค่อยากอ