ลมอ่อนพัดโชยมาจนทำให้เศษใบไม้ที่แห้งกรอบพัดปลิวไปกับพื้น ด้านบนของปราสาทภายในป้อมปราการแห่งนี้มีชายผู้มีใบหน้าแน่วแน่ยืนเด่นตระหง่านอยู่ด้านบนสุดของปราสาท มือทั้งสองถูกไขว้กันอยู่ด้านหลังขณะที่ขวานรบในมือยังคงเปื้อนด้วยเลือดที่แห้งกรังเกราะบนตัวของเขาดูเก่าและทรุดโทรมเป็นอย่างมากและดูเหมือนว่าบุคคลผู้นี้จะเป็นนักรบที่เพิ่งจะผ่านสมรภูมิรบมาได้ไม่นานด้านหลังของชายผู้นั้นมีกลุ่มคนอีกสิบคนที่ยืนเรียงรายอยู่ หลังจากลั่วอิงมั่นใจแล้วว่าเธอไม่สามารถตรวจสอบค่าสเตตัสได้ เย่ฮวาจึงก้าวเท้าไปด้านหน้าสองก้าวแล้วเอ่ยเสียงต่าว่า “ขอถามหน่อยครับ…ไม่ทราบว่าท่านคือนายพลลั่วเต๋อแห่งกองกำลังหานเหยียนหรือไม่ครับ?”หลังจากเงียบไปหลายวินาทีและพบว่าไม่มีเสียงตอบรับกลับมา ตอนที่เย่ฮวากำลังจะเอ่ยปากถามต่อชายผู้นั้นก็ขยับร่างกายพลันดึงขวานรบที่อยู่ด้านหลังมาไว้ในมือแล้วเอ่ยด้วยน้าเสียงทุ้มต่าว่า “ข้าคิดมาตลอดว่ามนุษย์เป็นพวกที่มีความเป็นมนุษยธรรมสูง คำสั่งของกษัตริย์ก็คือหน้าที่ ทว่าตอนนี้ข้าได้ค้นพบแล้วว่ามนุษย์เป็นรากฐานของความโลภและความโหดร้าย ซึ่งเต็มไปด้วยอุบายชั่วร้าย ท้ายที่สุดก็ทำให้เหล่ากองกำลังทหารจำนวน7 หมื่นนายของหานเหยียนกลายเป็นวิญญาณ ข้าจะทำให้ทุกอย่างกลับกลายเป็นความบริสุทธิ์อีกครั้ง เหล่ามนุษย์…ไม่ควรมีอยู่บนโลกใบนี้อีกต่อไป!”ระหว่างที่พูดชายตาของเขาก็แดงก่าขึ้นมา และเวลานี้ลั่วอิงได้รับค่าสเ