มารถจัดการกับฝานลั่วมู่ซึ่งมีเลือดเหลืออีกเพียง 6800 พอยท์ได้แล้ว เพราะว่ายาเพิ่มเลือดของเขากำลังคูลดาวน์เสียด้วย”เขาเอ่ยด้วยเสียงขรึม “ฝีมือของฝานหัวลั่วมู่สามารถส่งสกิลออกไปได้อย่างแม่นยำ อีกอย่างทั้งสกิลและค่าสเตตัสของเขาก็ถือว่าไม่เลวเลย ในฐานะของหัวหน้ากิลด์ฝานหัวแล้วไม่แน่เขาอาจจะมีไพ่เด็ดอื่นๆ อยู่ในมือนอกจากนี้ ถ้าหากไม่เป็นเพราะบทเพลงแห่งสงครามของพี่หน่ายไม่สามารถใช้งานได้ ป่านนี้พี่หน่ายคงจะทำให้อีกฝ่ายไม่รอดออกดาบที่อยู่ในมือของนายพลโครงกระดูกไปแล้ว แต่สุดท้ายมันก็เป็นเพราะอาชีพของพี่หน่ายนั่นแหละที่เป็นจุดบอดในการต่อสู้ในครั้งนี้ เพราะนักบวชไม่มีสกิลต่อสู้ และมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่อีกฝ่ายจะมีสกิลที่ใช้สกัดกั้นการโจมตีด้วยคำสาปชีวิตของพี่หน่าย”มู่จื่อหานบุ้ยมาก “พี่หน่ายก็พยายามอย่างสุดความสามารถแล้ว และการที่นักบวชคนหนึ่งสามารถเดินเข้ามาถึงศึกตัดสินใต้หล้าได้ มันแทบจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย แต่พี่หน่ายกลับก้าวเข้ามาถึงรอบ 16 คนสุดท้ายได้ ในเซิร์ฟเวอร์ไม่มีนักบวชคนไหนที่จะสามารถทำเรื่องแบบนี้ได้หรอก……”เย่ฮวาพึมพำ “พี่หน่ายเกิดมาพร้อมกับออร่าจริงๆ ถ้าหากพี่หน่ายเปลี่ยนไปถือดาบ บางทีเธออาจจะกลายเป็นคนที่มีความสามารถในการทำลายล้างก็ได้นะ”“หึหึ ฉันเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน…”……บนทะเลสาปแห่งเดิม พี่หน่ายกำหมัดของเธอแน่นขณะที่ดวงตาของเธอกำลังถลึงมองไปยังฝานหัวลั่วมู่ด้