“ขอบฟ้าอันกว้างใหญ่คือรักของฉัน……”ทันใดนั้นเสียงริงโทนก็ดังขึ้นจนดึงเย่ฮวากลับมาในห้วงแห่งความคิด เย่ฮวาหยิบโทรศัพท์ที่อยู่ข้างคอมพิวเตอร์ขึ้นมาแนบหูแล้วพูดขึ้น “ฮัลโหล? เยว่เอ๋อร์?”อีกด้านหนึ่งของปลายสายเป็นเสียงของเยว่เอ๋อร์ที่พูดขึ้นด้วยเสียงปนรอยยิ้มที่ใสราวกับกระดิ่ง “เย่ฮว่า ตอนนี้พวกเราอยู่หน้าหมู่บ้านที่นายบอกแล้วนะ มืดสุดๆ ไปเลยน่ากลัวชะมัด นายรีบมาเร็วเข้าเถอะ~”“อืม! จะรีบไปเดี๋ยวนี้แหละ!”“โอเค!”เย่ฮวาวางสายแล้วเคาะประตูบอกลากวาจื่อก่อนที่จะเดินลากกระเป๋าลงไปด้านล่างทันที ไม่ถึงสองนาทีก็เดินมาถึงหน้าประตูทางเข้าหมู่บ้าน ทว่าด้านหน้าทางเข้านอกจากรถยนต์ที่ขับผ่านไปมาและคนเที่ยวกลางคืนอีกสองสามคนก็ไม่พบกับเงาของมู่จื่อหานและเยว่เอ๋อร์เลยเย่ฮวาเห็นเช่นนี้ก็รีบวิ่งไปที่ประตูด้านหลังของหมู่บ้านซึ่งด้านหลังนั้นมีแม่น้าและทุ่งนาจำนวนไม่น้อย ถนนเพิ่งจะถูกซ่อมได้ไม่นานและที่นั่นก็ไม่มีไฟส่องทางด้วย ดูเหมือนว่ามู่จื่อหานและเยว่เอ๋อร์คงจะไปที่นั่นแน่!เย่ฮวารีบวิ่งมาที่ประตูหลังซึ่งเต็มไปด้วยความมืดมิดเย่ฮวากวาดตามองไปรอบๆ ทว่าเป็นเพราะความมืดจึงทำให้การมองเห็นมีอยู่อย่างจำกัดและมองเห็นไม่ชัดเท่าไหร่นัก ในเวลานี้เองเสียงรองเท้าส้นสูงที่กระทบกับพื้นก็ดังใกล้หูมากขึ้นเรื่อยๆ เขาหันกลับไปมองตามต้นเสียง หรือว่าจะเป็นเยว่เอ๋อร์นะ?เพียงไม่นานเย่ฮวาก็ได้รับคำตอบที่สงสัยเมื่อครู่ หญิงสาวเจ้าข