งมีแสงอสนีที่ผ่าลงมาเป็นครั้งคราว ภาพตรงหน้าดูอันตรายเกินกว่าที่จะหาสิ่งใดมาเปรียบเปรยได้ หานหลินค่อยๆ ลดความเร็วลงพร้อมกับลดระดับความสูงในการบินของเธอลงด้วยเช่นเดียวกันหลังจากออกมาจากกลุ่มก้อนเมฆสีทมิฬได้แล้ว เย่ฮวาก็เห็นต้นไม้จำนวนมากที่ถูกปกคลุมด้วยชั้นฝุ่นหนา โลกที่ปกคลุมไปด้วยหมอกควันสีดำ ทำให้รู้สึกได้ถึงความหดหู่ใจกลางพื้นที่ที่เต็มไปด้วยความอึมครึมมีม่านแสงขนาดใหญ่วางตระหง่านอยู่ตรงกลาง แถมยังมีความสูงชะลูดฟ้าจนมองไม่เห็นจุดสิ้นสุด นี่คงจะเป็นพื้นที่กั้นระหว่างแดนโลกันต์ที่มีช่วงอายุนับหมื่นปีหานหลินพาเย่ฮวาลงมายังม่านแสงที่อยู่ตรงหน้าก่อนด้านหลังของม่านแสงเขามองเห็นเหล่ามอนสเตอร์อันเดธร่างสีดำทมิฬจำนวนมากที่กำลังใช้แรงพุ่งเข้าใส่ม่านแสงนี้รวมไปถึงใช้กรงเล็บตะกุยตะกายเพื่อที่จะผ่านเข้ามาอย่างโหดเหี้ยม จนทำให้ม่านแสงเกิดเป็นร่องรอยขีดข่วนขึ้นราวกับกระจกที่กำลังจะแตก ในเวลานี้ม่านแสงดูบอบบางและอ่อนแรงเต็มทีแล้วหานหลินมองไปที่ม่านแสงแล้วพูดขึ้น “อีกครู่หนึ่งข้าจะนำพลังแห่งเทพของข้าใส่เข้าไปด้านในม่านแสงแห่งนี้และจะสร้างความแข็งแกร่งให้กับมันให้มากยิ่งขึ้น ทว่าช่วงเวลานี้ห้ามไม่ให้มีสิ่งใดมารบกวนข้าแม้แต่วินาทีเดียวบริเวณโดยรอบแห่งนี้มีเหล่าสัตว์ประหลาดอยู่มากมายและหน้าที่ของเจ้าคือการขัดขวางไม่ให้พวกมันย่างกรายเข้ามาใกล้”เย่ฮวาตบอกตัวเองด้วยความมั่นใจ “ไม่ต้องห่วง ถ้าพวกมันคิด