้วยเหรอเนี่ย? จุ๊บๆ นะจ้ะ~มั๊วะ!!!”“ไปจุ๊บกับแมวเถอะไป!”“อุ๊บส์! ฟาดงวงฟาดงาจังเลยนะเนี่ย หรือว่าวันนั้นของเดือนมาเหรอ?”“……”“เลิกโวยวายกันก่อนเถอะ”มู่จื่อหานพูด “ที่ลากพี่เข้ามาเพราะอยากจะให้ช่วยทำเควสหลักระดับ S น่ะ พี่อยากจะเข้าร่วมด้วยกันไหม?”พี่หน่ายยิ้ม “แล้วเยว่เยว่น้อยกับเย่เย่น้อยร่วมด้วยรึเปล่า?”“ร่วมสิ!”“อ่าวงั้นรออะไรล่ะ? รวมตัวที่ไหนว่ามาเลย!”“ไปเจอกันที่ประตูเมืองทางทิศใต้ของเมืองชิงสุ่ยแล้วกัน”“โอเค!”……ทางประตูทิศใต้ของเมืองชิงสุ่ย พี่หน่ายกำลังกอดเอวเยว่เอ๋อร์พร้อมกับกระซิบอะไรบางอย่างจนทำให้เยว่เอ๋อร์หน้าแดงระเรื่อขึ้นมามู่จื่อหานหันมาหาเย่ฮวาแล้วโบกมือเรียก เย่ฮวารีบเดินไปก็พบว่าพี่หน่ายกำลังยิ้มมาที่เย่ฮวาด้วยท่าทางเบิกบานตอนที่เดินมาตรงหน้ามู่จื่อหานก็พูดขึ้น “ตอนนี้มีสมาชิก 4 คนแล้ว พวกเราไปหานักเวทย์มาเพิ่มอีกคนแล้วกัน”เย่ฮวาถาม “ทำไมไม่ให้ซิงเหอมาล่ะ?”มู่จื่อหานส่ายหน้า “ตอนนี้ซิงเหอเลเวล 37 อยู่เลยระดับความยากของเควสนี้เลเวลของผู้เล่นมีส่วนเหมือนกัน ตอนนี้เยว่เอ๋อร์เลเวล 42 แล้ว ถึงจะสามารถรับเควสระดับ S มาได้ แต่ถ้าให้ซิงเหอไปฉันคิดว่ามันอันตรายเกินไปหน่อย”เย่ฮวาคิด “แล้วพวกเธอมีตัวเลือกดีๆ ไหม?”พี่หน่ายยกมือ “ฉันรู้จักนักเวทย์อยู่คนนึง ฝีมือไม่เลวเลยนะ”“ใคร?” เย่ฮวาถามพี่หน่ายยิ้ม “เธอเป็นนักเวทย์อันดับสองของเมืองหวนเซียง~”เยว่เอ๋อร์ “หืม! แล้วอยู่ที่เมืองช