ช่วงคลูดาวน์ดังนั้นพวกเขาจึงไม่จำเป็นต้องกลัวหว๋อเปิ่นซานเหลียง มีเลเวล 16ในขณะที่อัศวินอีกคนมีเลเวล 13 พวกเย่ฮวาจึงเลือกฆ่าอัศวินเลเวล 13 ก่อนก่อนที่จะเข้าปราชิดถึงตัวอัศวินรายนั้น หอกของอีกฝ่ายก็ทิ้มตรงมาที่เย่ฮวา ส่งผลให้ปลายหอกปะทะเข้ากับเกราะโลหิตจนเกิดประกายแสง” 22 ”อัศวินเดิมทีก็มีค่าพลังโจมตีต่า บวกกับเลเวลที่น้อยนิดรวมถึงอุปกรณ์ธรรมดาที่สวมใส่ มันจึงแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะสามารถทะลวงค่าพลังป้องกันของเย่ฮวาได้แต่ระยะการโจมตีธรรมดาของอัศวิน ที่มีระยะ1.5หลา ก็ถือเป็นประโยชน์อย่างมากสกิลของเขาตอนนี้คลูดาวน์เสร็จ แต่ว่าเย่ฮวาและกวาจื่อเลือกใช้การโจมตีธรรมดา ไม่ช้าการโจมตีของพวกเขาทั้งคู่ก็ปล่อยออกมาในเวลาเดียวกัน –“168”“298”แม้ว่าอัศวินคนนี้จะมีเลเวลต่า แต่ก็ยังมีข้อได้เปรียบด้านอาชีพ ภายใต้การโจมตีของพวกเย่ฮวาครั้งที่สอง ทำให้ค่าพลังชีวิตอีกฝ่ายลดเหลือ20% ท้ายที่สุดก็ถูกฆ่าตายด้วยคมกริชของกวาจื่อสมาชิกวิหารสังหารคนสุดท้ายที่เหลืออยู่ตอนนี้ คือหว๋อเปิ่นซานเหลียงที่กำลังแสดงสีหน้าบิดเบี้ยว ลำพังอัศวินขั้นต้นคนเดียวจะสามารถต่อกรกับนักดาบและนักฆ่าที่มีเลเวลสูงกว่าเขาถึงสองคนได้ยังไง ?หว๋อเปิ่นซานเหลียงจึงรีบหนีกลับไปหาจื้อลี่ชาวฉุน ในเวลานั้นเย่ฮวาและกวาจื่อก็รีบตามไป และเมื่ออีกฝ่ายเข้าใกล้หว๋อเปิ่นซานเหลียง หอกของอีกฝ่ายก็แทงออกมาใส่เขาอย่างรวดเร็วสองครั้ง“31”“37”ระยะการโจม