“ให้ตายเถอะ! ในที่สุดก็จบสักที!”กวาจื่อ เช็ดเหงื่อที่หน้าผากพร้อมกับพูดขึ้นว่า: “คราวหน้าอย่าได้มาแหยมกับอาวุโสคนนี้!”มู่จื่อหาน สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วพูดว่า “เราใช้เวลาไปนาน ผู้เล่นของวิหารสังหารคงใกล้จะมาถึงแล้วในตอนนี้มีข่าวจากสมาชิกเยว่หานเหมิง ที่อยู่นอกหุบเขาป่างูเขียว ว่าไม่พบเงาผู้เล่นของวิหารสังหาร พวกนั้นอาจจะเข้ามาในหุบเขางูเขียวแล้ว เราต้องรีบเร่งมือ ด้วยจำนวนทีมสี่คนเราน่าจะสามารถฆ่าบอสได้ในเวลา 10นาที ”เยว่เอ๋อ หัวเราะเบาๆ : “เธอไม่เห็นเหรอว่า กวาจื่อลากงูฟ้าว่องไวเกือบสามสิบตัวไปที่ปากอุโมงค์ ถ้าผู้เล่นจากวิหารสังหารมา ด้วยจำนวนมอนสเตอร์เหล่านี้คงเพียงพอสำหรับการต้านพวกเขาไว้ กว่าจะฆ่าเสร็จก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยๆ 6 ถึง 7 นาที ถ้าเราเร่งมือให้เร็วขึ้นก็อาจจะฆ่าบอสได้ทันก่อนพวกจื้อลี่ชาวฉุนจะมาถึง จากนั้นก็เก็บอุปกรณ์ไอเท็มกลับเข้าเมือง”พวกเย่ฮวาไม่ได้มองโลกในแง่ดีเหมือนกับ เยว่เอ๋อ แต่ถึงกระนั้นพวเขาก็มาถึงแท่นบูชา เพราะการฆ่าบอสสำคัญกว่าสิ่งใดๆพวกเขาสี่คนสบตากัน ก่อน มู่จื่อหาน จะก้าวไปข้างหน้าระหว่างกราชับหอกในมือตรงไปที่แท่นบูชาซึ่งมีศิลาก้อนหนึ่งตั้งอยู่เหนือแท่นบูชา จากนั้น มู่จื่อหานที่ก้าวขึ้นไปก็ก้มลงมองศิลาก้อนนั้นแต่แล้วขณะที่ มู่จื่อหาน ซึ่งกระโดดลงไปยังแท่นบูชาแท่นบูชาทั้งหมดก็พังทลาย ฉับพลันเธอรีบดีดตัวกลับออกมาพร้อมกับที่เธอตะโกนขึ้นมาว่า ” ถอยออกไป! ”ห