ละมอนสเตอร์จะไม่เคลื่อนที่ไปมั่ว แต่จะหมุนตัวไปรอบๆ และเป็นการตรึงตำแหน่งทำให้การโจมตีจากวงนอกยากจะพลาดเป้า ”เย่ฮวา เฝ้าจับจ้องการเคลื่อนไหวของ มู่จื่อหาน อย่างจดจ่อ ถ้าหากสามารถเรียนรู้จดจำไปใช้ได้มันคงจะยอดเยี่ยมน่าดูเพราะมันถือเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับการเล่นเกมในอนาคตเขาถาม กวาจื่อ: “นายรู้แต่แรกว่ามีวิธีนี้อยู่หรือเปล่า?”กวาจื่อ ยิ้มและเกาหัว: “ใช่ แต่ฉันยังไม่เก่งพอที่จะใช้มัน ฉันเคยลองใช้ในหมู่ผู้เล่นใหม่แล้วแต่ก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า”เย่ฮวาได้แต่ตบไหล่ปลอบ การที่กวาจื่อพูดแบบนี้ก็หมายความว่าไม่สามารถทำได้ เขาจึงตระหนักว่ากวาจื่อคงไม่สามารถสอนตนเองได้ หากมีใครที่พอจะสอนได้ ก็คงเป็น มู่จื่อหาน แต่เขาคงไม่หน้าด้านพอขนาดขอให้เธอช่วยเหลือ เพราะมันเป็นสิ่งละเอียดอ่อนเกินไป อย่างแรกเลยรูปแบบการเล่นมันไม่ใช่สิ่งที่จะสอนให้กับใครก็ได้ประการที่สองถ้าหากเธอยอมสอนโดยไม่ต้องการสิ่งใดตอบแทน เท่ากับว่าเขาต้องติดค้างหนี้บุญคุณเธอ ซึ่งเขาไม่ต้องการติดค้างใครเมื่อได้เห็นการผสานงานระหว่าง มู่จื่อหานกับหนานกงเยว่เอ๋อ ที่ยอดเยี่ยม ก็เกิดความคิดที่ว่า…เช่นนั้นรูปแบบการเล่นของตัวเองและกวาจื่อจะเรียกว่าอะไรเหตุผลสำคัญสำหรับการร่วมมือระหว่างเขากับกวาจื่อสืบเนื่องจากรูปแบบการเล่นของตนเองห่วยแตกเกินไปอย่างเช่นการฆ่าแม่ทัพอันเดด เขาก็ทำได้แค่เป็นเหยื่อล่อมู่จื่อหาน ไม่ได้ใช้สกิลใดๆ มีเพียง หนานกงเยว่เอ๋อ