กลับ และวิ่งตรงไปในพุ่มหญ้าไม่ไกลจากตำแหน่งบอส กวาจื่อเหมือนจะรับรู้ถึงความตั้งใจของเย่ฮวา จึงตะโกนว่า “โชคไม่ดีเอาซะเลย เราอุส่าห์ได้เจอบอสแล้วแท้ๆ ดันมีตัวมากวนซะได้ วันนี้คงต้องปล่อยมันไป ”เมื่อกวาจื่อพูดจบเขาก็เริ่มเคลื่อนไหวเข้าสู่สภาวะซ่อนเร้นตามธรรมชาติ ทำให้ความเกลียดชังของแม่ทัพอันเดดลดลง จากนั้นกวาจื่อก็ลอบเข้าไปหาจื่อลี่จ้าวฉวนและคนอื่นๆ อย่างว่องไว แม้ว่าความเร็วจะลดลง 50% แต่เขาก็ทิ้งระยะห่างจากแม่ทัพอันเดดพอสมควร ดังนั้นแม่ทัพอันเดดจึงไม่อาจไล่ล่ากวาจื่อได้ทันพวกนั้นไม่ทันมองเห็นการกระทำของกวาจื่อ สายตาของพวกนั้นเอาแต่มุ่งเป้ามาที่เย่ฮวาซึ่งกำลังหนีไป และแล้วความสนใจของบอส ก็มุ่งมาที่คนเหล่านั้นหว๋อเปิ่นซานเหลียง: “บอสตัวนี้อยู่ในระดับบรอนซ์พวกเราสามคนคงสู้มันไม่ไหวแน่”ปากของ เจียวเยี่ยนยวี่ตี้เผยรอยยิ้มและพูดว่า “ฉันได้แจ้งให้สมาชิกในกิลด์รู้แล้ว พวกเขาจะตามมาที่นี่อีกประมาณ 10 นาที พวกมันสองคนสามารถลดพลังชีวิตของบอสไปเป็นจำนวนมาก หนำซ้าเรามีกันตั้งสามคนยังจะกลัวอะไร อีกอย่างพี่จื่อก็กำลังมา ไม่มีอะไรต้องกังวล ”จื้อลี่ชาวฉุน จ้องมองมาที่เย่ฮวา ด้วยสายตาอาฆาตและพูดว่า: “ผายลมเถอะ จะกลัวอะไรนักหนา ? ถ้ามาก็แค่ฆ่ามันเท่านั้น! อีกอย่างตอนนี้พี่น้องเรากำลังมุ่งหน้ามาอย่าบอกนะว่าแค่ 10 นาที นายก็ทนไม่ได้! ส่วนไอสารเลวสองตัวนั่นรอให้ฉันฆ่าบอสตัวนี้ก่อน แล้วค่อยออกค้นหาพวกมั