ลิ่นเหม็นเปรี้ยว แต่สิ่งที่สำคัญพอหลุดมาได้พวกเขาก็รีบเดินตรงไปยังพระราชวังมีผู้เล่นเพียงไม่กี่คนในพระราชวังที่เพิ่งมาถึงเมืองชิงสุ่ย ราชาไม่ได้สอบถามรายละเอียดเหมือนกับตอนที่เข้ามาใหม่ๆ ผู้เล่นหลายคนบอกแค่ว่าพวกเขามาตั้งรกรากในเมืองชิงสุ่ย จากนั้นสัญลักษณ์หยดน้าก็ปรากฏบนแขนของพวกเขา ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองชิงสุ่ยจากนั้นเล่ยกู่ก็พูดว่า “ขอให้แสงแห่งเมืองชิงสุ่ยสถิตอยู่กับพวกเจ้า ”หลังจากผู้เล่นสองสามคนจากออกไป เย่ฮวาและกวาจื่อก็รีบก้าวไปข้างหน้าราชาที่กำลังจ้องมองมาที่เขาโดยไม่ได้พูดอะไร เห็นแบบนั้นเขาก็รีบผสานมือขึ้นคำนับ:“คำนับองค์ราชา”ราชาที่นั่งบนเก้าอี้บัลลังก์มองมาที่พวกเขาตามปกติและพูดด้วยน้าเสียงเยือกเย็น: “พวกเจ้าไม่ได้มาเพื่อรับตราสัญลักษณ์นักผจญภัยของเมืองชิงสุ่ยใช่หรือไม่?เมื่อมองเห็นท่าทางการแสดงออกของราชา เย่ฮวาก็รู้สึกไม่ค่อยสบอารมณ์ แต่มันก็จำเป็นที่จะต้องส่งมอบภารกิจหลัก เย่ฮวาจึงฝืนยิ้มและพูดว่า: “หม่อมฉันและสหายกวาจื่อ ได้พบชิ้นส่วนกะโหลกในป่าแห่งอันเดดหม่อมฉันคิดว่าบางทีพระองค์อาจจะกำลังตามหามัน”พูดจบเย่ฮวาก็นำกะโหลกออกจากกระเป๋าสัมภาระด้านที่ได้จากการล่ามอนสเตอร์กับกวาจื่อตลอดช่วงบ่ายเมื่อได้ยินประโยคนี้ เล่ยกู่ ก็ลุกขึ้นยืนทันทีที่ได้ยินคำว่าชิ้นส่วนกะโหลก พอเขาเห็นกะโหลกที่เย่ฮวาหยิบออกมาใบหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความปีติยินดีเล่ยกู่ ก้าวลงจากบัลลังก์อย่างรวด