เสมอ” เนี่ยหย่วนเฉียวหันไปรอบ ๆ พร้อมกล่าวคำจริงจังกับจางซิ่วเอ๋อ
ความจริงแล้ว ในสายตาที่เด็ดเดี่ยวของเนี่ยหย่วนเฉียว ทำให้จางซิ่วเอ๋ออดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้าน
นางไตร่ตรองถ้อยคำเหล่านั้นอย่างรอบคอบ ก่อนจะถามเสียงแผ่ว “เจ้ากำลังเข้าใจอะไรผิดหรือไม่?”
“ข้าไม่ได้เข้าใจผิด! ซิ่วเอ๋อ ข้าแค่อยากอยู่กับเจ้าและปลอบประโลมเจ้า” เนี่ยหย่วนเฉียวกล่าวในสิ่งที่เขารู้สึกออกมา
เมื่อจ้องมองแววตาของเนี่ยหย่วนเฉียวแล้ว จะเห็นความสงสารอยู่ในนั้นเล็กน้อย
จางซิ่วเอ๋อหัวเราะออกมา “เจ้าไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้ ข้าไม่ต้องการคำปลอบโยนเกี่ยวกับเรื่องของท่านหมอเมิ่ง”
หากมีใครสักคนที่ต้องการการปลอบโยน จางซิ่วเอ๋อรู้สึกว่าควรจะเป็นท่านหมอเมิ่งมากกว่าตนเสียอีก
“ซิ่วเอ๋อ เจ้าอย่าได้แสร้งทำเป็นแข็งแกร่งเลย เจ้าสามารถบอกกล่าวความไม่สบายใจกับข้าได้” น้ำเสียงของเนี่ยหย่วนเฉียวเต็มไปด้วยความกังวล
จางซิ่วเอ๋อมองเนี่ยหย่วนเฉียว “เจ้ากำลังสับสนหรือไม่?”
ใบหน้าของเนี่ยหย่วนเฉียวพลันมืดมน จางซิ่วเอ๋อกล่าวกับเขาที่พยายามจะปลอบโยนนางอย่างตรงไปตรงมาได้อย่างไร?
เนี่ยหย่วนเฉียวคิดอีกครั้งว่าจางซิ่วเอ๋ออาจจะอารมณ์ไม่ดีนัก และเขาต้องไม่เสียความรู้สึกเพียงเ