น้า หลิวเหมยเอ๋อร์หลี่ลี่สูดหายใจลึก กดข่มความปรารถนาในใจ แล้วยื่นมือทั้งสองข้างไปจับมือของหลิวเหมยเอ๋อร์
“สูดหายใจลึกๆ อย่าคิดอะไรอื่น พวกเรามาฝึกฝนกันเถอะ” หลี่ลี่กล่าวอย่างสงบ
“ฝึกฝนก็ไม่จำเป็นต้องใช้ตาไม่ใช่หรือ! เจ้าเบิกตาโพลงมองอะไรอยู่?” หลิวเหมยเอ๋อร์หัวเราะคิกคัก แอบลืมตาครึ่งหนึ่ง แล้วพูดอย่างกระเง้ากระงอด
“แน่นอนว่ากำลังฝึกฝนอยู่ ฝึกฝนอย่างจริงจังเลยนะ ข้าไม่ได้เห็นอะไรทั้งนั้น” หลี่ลี่ก็หัวเราะเบาๆ “รูปก็คือความว่าง ความว่างก็คือรูป เห็นก็คือไม่เห็น ไม่เห็นก็คือเห็น”
หลิวเหมยเอ๋อร์หัวเราะคิกคัก “ตีก็คือไม่ได้ตี ตีแล้วก็เหมือนไม่ได้ตี” แล้วเคาะศีรษะของหลี่ลี่ทีหนึ่ง
หลังจากหยอกล้อกันสองสามประโยค อารมณ์ก็สงบลง หลี่ลี่ค่อยๆ ส่งปราณยุทธ์อันหนาวเย็นเข้าสู่เส้นลมปราณของหลิวเหมยเอ๋อร์ ด้วยความช่วยเหลือของพลังความเย็นนี้ หลิวเหมยเอ๋อร์ก็ค่อยๆ สงบลงและเริ่มฝึกฝนวิชายามราตรี
ด้วยบทเรียนจากครั้งก่อน คราวนี้หลี่ลี่จึงไม่รีบร้อน ค่อยๆ ส่งปราณยุทธ์อันหนาวเย็นเข้าไป แล้วปล่อยให้หลิวเหมยเอ๋อร์หมุนเวียนเอง รวมตัวที่จุดชี่ไห่ หลี่ลี่ทำหน้าที่เป็นเพียงแบตเตอรี่ตลอดเวลา เพื่อให้แน่ใจว่าหลิวเหมยเอ๋อร์มีปราณยุทธ์เพียงพอที่จะหมุนเวียน
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่หลิวเหมยเอ๋อร์ฝึกฝนอยู่นั้น หลี่ลี่ก็ตรวจสอบร่างกายของตัวเองไปด้วย พร้อมกับตรวจสอบร่างกายของหลิวเหมยเอ๋อร์ อย่างน้อยตอนนี้เขาก็ไม่พบโรคแอบแ