วของนังเด็กนี่สูงมาก เจ้าอย่าไปฟังที่นางพูดเหลวไหล!” ฮูหยินเนี่ยปริปาก
เนี่ยเฟิ่งหลินเอ่ยขึ้น “เจ้ารู้ไหมว่าเหตุใดข้าถึงรู้ว่าหย่วนเฉียวไม่อยู่แล้ว?”
ฮูหยินเนี่ยใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม รำพึงในใจว่าตระกูลเนี่ยแห่งนี้คงไม่มีสายสืบของเนี่ยเฟิ่งหลินหรอกนะ
ในขณะที่ฮูหยินเนี่ยกำลังคิดว่าใครกันที่ไปส่งข่าวให้เนี่ยเฟิ่งหลิน บอกให้เนี่ยเฟิ่งหลินมาหาเรื่องนั้น เนี่ยเฟิ่งหลินก็เริ่มเอ่ยต่อแล้วว่า “บ่ายวันนี้ ข้างีบไปได้ครู่หนึ่ง แต่กลับฝันอย่างยาวนาน”
ฮูหยินเนี่ยมองเนี่ยเฟิ่งหลินอย่างสงสัย เห็นได้ชัดว่าตามความคิดของเนี่ยเฟิ่งหลินไม่ทัน
เมื่อครู่นี้ยังพูดเรื่องเนี่ยหย่วนเฉียวอยู่เลยไม่ใช่เหรอ? ไปพูดเรื่องฝันตั้งแต่เมื่อใด?
เนี่ยเฟิ่งหลินชะงักไปพักหนึ่งแล้วจึงพูดต่อ “เจ้าลองทายดูซิว่าข้าฝันเห็นใคร?”
ไม่รอให้ฮูหยินเนี่ยตอบอะไร เนี่ยเฟิ่งหลินก็กล่าวขึ้น “ข้าฝันเห็นหย่วนเฉียว หย่วนเฉียวบอกข้าว่าเขาอยู่ที่ภพหน้าอย่างสุขสบาย แต่ยังเป็นห่วงเรื่องในภพนี้มาก เรื่องหนึ่งก็คือยมบาลบอกเขาว่าชะตาเขายังไม่ถึงฆาต เขาจึงอยากรู้ว่าใครกันแน่ที่ทำร้ายเขาจนต้องมีสภาพเป็นเช่นนี้”