วยรอยยิ้มบาง ๆ
ฮูหยินเนี่ยโล่งใจ อดเผยรอยยิ้มบนใบหน้าไม่ได้ ก่อนจะพบว่าเนี่ยเฟิ่งหลินกำลังมองตนอยู่ สีหน้ากระอักกระอ่วนขึ้นมาทันที
แต่ถึงอย่างไรฮูหยินเนี่ยก็มิใช่คนธรรมดา แค่พริบตาเดียวสีหน้าเบิกบานใจของนางก็มลายหายไปไม่เหลือแม้เงา กลับถามขึ้นอย่างเป็นห่วงเป็นใย “เจ้ากลับมาตั้งไกล ทำไมไม่อยู่นานกว่านี้หน่อยเล่า?”
“ข้ากับพี่ชายของเจ้าคิดถึงเจ้ามากนะ” ฮูหยินเนี่ยบอก
เนี่ยเฟิ่งหลินหัวเราะ “ฮูหยินหรู เจ้าเกรงใจกันเกินไปแล้ว แต่ที่กลับมาครั้งนี้ข้าแค่มีเรื่องที่ต้องทำ เรียบร้อยแล้วข้าจะไปทันที มิกล้ารบกวนเจ้าแน่นอน”
ขานว่าฮูหยินหรูอีกแล้ว!
ฮูหยินเนี่ยรู้สึกว่าขนาดความสามารถในการเก็บอารมณ์ที่ฝึกฝนมานานหลายปีของตนก็ยังไม่อาจต้านได้เต็มที่เมื่อเผชิญหน้ากับเนี่ยเฟิ่งหลิน
ถ้าไม่ใช่เพราะเนี่ยเฟิ่งหลินกลับมาแค่บางครั้ง นางก็พอทนไหวอยู่ ไม่อย่างนั้นนางคงได้บาดหมางกับเนี่ยเฟิ่งหลินไปนานแล้ว
ใบหน้าของฮูหยินเนี่ยเต็มไปด้วยรอยยิ้ม แต่ดูอย่างไรก็รู้สึกว่าสีหน้าของนางดูไม่เป็นธรรมชาติเท่าใดนัก
ขณะนั้นเองฮูหยินเนี่ยก็เอ่ยถามขึ้น “ไม่ทราบว่าที่เจ้ากลับมาครั้งนี้ต้องการอะไรหรือ? มีอะไรให้ช่วยหรือไม่?”
เนี่ยเฟิ่งหลินหัวเราะ “เจ้าไม่รู้หรือว่าข้ากลับมาครั้งนี้ต้องการอะไร?”
ใบหน้าของฮูหยินเนี่ยฉายแววงงงัน “ไม่ทราบว่าเจ้าต้องการอะไร?”
ประโยคนี้เรียกได้ว่าแฝงนัยยะลึกซึ้งไว้ เจ้าต้องการอะไร? พอถามแบบนี้ รวมถึ