ด”ขณะพูด สายตาของเสี่ยวเถาช้อนมองไปที่โต๊ะ แล้วจงใจมองไปที่กาน้ำ เมื่อเห็นว่าในกาน้ำว่างเปล่าจริงๆ เสี่ยวเถาจึงผ่อนคลายลง“คุณหนูนอนเถอะเจ้าค่ะ”เสี่ยวเถาเป่าเทียนดับแล้วค่อยๆ ถอยออกไปเมื่อเธอออกไปแล้วรอยยิ้มบนใบหน้าของเสินจื่ออี้หายไปปฏิกิริยาที่ระมัดระวังและกังวลของเสี่ยวเถา เธอเห็นได้ชัด และหัวใจเธอยิ่งถูกปกคลุมด้วยเมฆหมอกหนาทึบเมฆหมอกต่อเสี่ยวเย่เสี่ยวเย่ แท้จริงแล้วยังคงระแวงเธออยู่ พูดได้ว่าตั้งแต่เธอเข้าไปอยู่ในจวนองค์ชายสี่ เขาก็เริ่มระแวงแล้วดูเหมือนเธอจะไม่เคยเห็นตัวตนที่แท้จริงของเขาเลย รวมถึงตอนนี้เมื่อนึกถึงเขา เสินจื่ออี้ถอนหายใจอย่างจนปัญญาเธอไม่เคยคิดจะสงสัยเสี่ยวเย่ และก็ใจจริงมองเขาเป็นเพื่อนสนิทและมิตรแท้แต่หลายครั้ง มนุษย์ก็ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้รวมทั้งเขาด้วยเธอเชื่อว่าเขามีเหตุผลของตัวเอง และมีสิ่งที่จำเป็นต้องทำเสินจื่ออี้แม้จะเข้าใจ แต่ในใจก็ยังเจ็บปวด เจ็บปวดแทนเขาเขาเป็นคนดีมาก แต่กลับถูกบังคับให้ตกอยู่ในหล่มโคลนนี้ ได้เห็นเขาเดินเข้าสู่ห้วงเหวแห่งการไม่มีวันกลับมาเสี่ยวเย่ เธอจริงใจหวังว่า เขาจะกลับไปเป็นตัวเขาเหมือนเดิม ไม่ตกลงไปลึกขึ้นเรื่อยๆ แบบนี้ ไม่กลับไปจริงๆเมื่อแน่ใจว่าเสี่ยวเถาไปแล้ว เสินจื่ออี้นำสิ่งที่กำในมือออกมา มองดูสิ่งของในมือที่ส่องประกายเรืองรองด้วยแสงจันทร์ ดวงตาของเธอแดงก่ำอีกครั้งอย่างห้ามไม่อยู่เธอปรับอารมณ์เล็กน้อย ห่อพู่กันที่หักไ