ต้องเป็นเจ้าด้วย!บางทีเสินจื่ออี้เองอาจไม่รู้ตัวว่าคำพูดของตัวเองแฝงความขมขื่นไว้มากมายเพียงใดเสี่ยวเสวียนฉีชะงักงันไปเขาอยากจะอธิบายอะไรบางอย่าง แต่กลับรู้สึกว่าไม่ว่าจะพูดอะไรออกไปในตอนนี้ก็ไร้ความหมายเขาจะอธิบายว่าตอนนั้นเขาไม่ได้อยู่ในเมืองหลวง จึงไม่รู้เรื่องความทุกข์ทรมานที่เธอต้องเผชิญในเรือนนางกำนัลหรือ?เขาคือคนที่ส่งเธอไปยังเรือนนางกำนัลด้วยมือตัวเอง ไม่ว่าเธอจะต้องเผชิญอะไรที่นั่น เขาก็คือต้นเหตุของทุกอย่าง!หลังจากนิ่งเงียบไปนาน เสี่ยวเสวียนฉีก็เอ่ยเสียงเบา“ขอโทษ…”เสินจื่ออี้หัวเราะออกมา รอยยิ้มนั้นแฝงไว้ซึ่งความเยาะเย้ยจะไม่ให้เยาะเย้ยได้อย่างไรความทรมานที่ต้องเผชิญวันแล้ววันเล่า คำว่า “ขอโทษ” เพียงคำเดียวจะชดใช้ได้หรือ?ถ้าเป็นคนอื่น บางทีเธออาจลืมเรื่องพวกนี้ได้ แต่ทำไมต้องเป็นเขาด้วย! เขาคือคนที่นำความเจ็บปวดทั้งหมดมาให้เธอ!แม้กระทั่งตอนนี้ ทุกครั้งที่ถึงยามดึก เสินจื่ออี้ยังคงตื่นขึ้นมาอย่างผวา!หวาดกลัวว่าจะเจอไฟไหม้ยามดึกอีก กลัวว่าจะมีคนราดน้ำเย็นใส่ กลัวว่าต้องลุกขึ้นมากลางดึกเพื่อแย่งอาหารกับสุนัข!ใครก็ได้อาจทำให้เธอได้รับความอัปยศเช่นนั้น!แต่มีเพียงเขาที่ไม่ได้รับอนุญาต!เขาทำไม่ได้!เสินจื่ออี้ไม่รู้ว่าทำไม บางทีอาจเป็นเพราะนึกถึงเรื่องราวในอดีต ทำให้ดวงตาของเธอแดงก่ำขึ้นมาเสี่ยวเสวียนฉีได้ยินเสียงสะอื้นที่เธอพยายามกลั้นไว้จากด้านหลังเขาตกใจ รีบหันกลับมามอง“ทำไมร้