ฮองเฮายวนทรงเอ็นดูบุตรชาย แล้วพระองค์จะไม่รักใคร่บุตรหรือ?พระองค์ก็หวังว่าบุตรชายที่พระองค์ทรงห่วงใยและรักใคร่ที่สุด จะเป็นเหมือนองค์ชายและองค์หญิงองค์อื่นๆ ที่มาอ้อนและเอาใจมาขอพระราชโองการ หรือเมื่อพบเรื่องไม่สบายใจ ก็มาบ่นระบายกับพระองค์แต่น่าเสียดายที่เสี่ยวเสวียนฉีมีนิสัยเย็นชา เหมือนกับพระมารดาของเขา หรือแทบจะมากกว่าเสียอีกฮ่องเต้ฉงหมิงเป็นฮ่องเต้ เป็นเจ้าของแผ่นดินแคว้นเป่ยฉี จะให้พระองค์ในฐานะบิดาไปเอาใจบุตรที่เย็นชาได้อย่างไร? ด้วยเหตุนี้ นานวันเข้า พระองค์กับเสี่ยวเสวียนฉีก็ยิ่งห่างเหินกันนึกถึงครั้งสุดท้ายที่เสี่ยวเสวียนฉีมาขอพระราชโองการจากพระองค์อย่างกะทันหัน ก็เพราะหญิงตระกูลเสินคนนั้น…ทันใดนั้น ดูเหมือนฮ่องเต้ฉงหมิงจะนึกอะไรขึ้นมาได้ สีหน้าก็มืดลงทันที!“เสด็จพ่อ ลูกอยากจะ…”ยังไม่ทันที่เสี่ยวเสวียนฉีจะพูดจบ ฮ่องเต้ฉงหมิงก็สะบัดแขนเสื้อหันหลังไปอย่างตื่นเต้น!รู้จักบุตรไม่เท่าบิดา!พระองค์รู้แล้วว่าเสี่ยวเสวียนฉีจะพูดอะไร!“หุบปาก! ออกไป เราไม่อยากฟัง ออกไป!”เสี่ยวเสวียนฉียืนอยู่อย่างมั่นคง ไม่ได้ขยับเลยแม้แต่น้อย!เพียงแต่ในแสงโคมนั้น ริมฝีปากของเขาดูซีดลงไปอีก