องเสินหลิงเอ่อร์เองทั้งหมดพี่น้องทั้งสองคุยกันเหมือนไม่มีใครอยู่ตรงนั้น ไม่มีใครสังเกตเห็นสีหน้าของเสินจื่ออี้ที่อยู่ข้างๆ ซึ่งกำลังซีดลงเรื่อยๆญาติคนสุดท้าย…เธอก้มหน้าแล้วยิ้มขื่นเล็กน้อยเสินจั้นมองไปทางเสินจื่ออี้แวบหนึ่ง แล้วรีบเบนสายตากลับ จับมือเสินหลิงเอ่อร์:“ไป!”เสินจื่ออี้รีบวิ่งตามไป!“พี่ชาย น้องเล็ก รอก่อน!”หากเป็นเพียงเสินหลิงเอ่อร์คนเดียวที่มีทัศนคติแปลกๆ ต่อเธอ เสินจื่ออี้อาจคิดว่าน้องเล็กแค่ได้ยินข่าวลือบางอย่างถึงได้เป็นเช่นนี้ เพราะน้องเล็กอายุยังน้อยการที่ไม่สามารถแยกแยะผิดถูกได้ก็เป็นเรื่องปกติแต่พี่ใหญ่ก็เป็นเช่นเดียวกันและนั่นทำให้เสินจื่ออี้อดสงสัยไม่ได้ว่าในเรื่องราวทั้งหมดนี้ มีคนจงใจชี้นำอยู่เบื้องหลัง!ชี้นำพี่ใหญ่และน้องเล็ก!ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายต้องการให้พวกเขาฆ่ากันเอง หรือมีจุดประสงค์ที่ลึกซึ้งกว่านั้น!ทั้งหมดนี้ทำให้เหงื่อเย็นผุดขึ้นตามแผ่นหลังของเสินจื่ออี้อย่างห้ามไม่อยู่!อย่างไรก็ตาม ขณะที่เสินจื่ออี้กำลังจะวิ่งตามไปเพื่อพูดให้เข้าใจกัน ทั้งสองคนก็หายลับไปแล้วเสินจื่ออี้ราวกับสูญเสียพลังทั้งหมด ทรุดตัวลงนั่งบนพื้นอย่างหมดแรง น้ำตาไหลเต็มหน้าอย่างไร้เสียง…ลมเย็นพัดผ่าน เธอกลับมาปกติแล้ว เช็ดน้ำตาที่หัวตาแล้วยืนตรงยังดี ยังดีพี่ใหญ่และน้องเล็กยังมีชีวิตอยู่ เธอควรจะดีใจด้วยซ้ำไม่ควรร้องไห้ยังมีชีวิตอยู่ ก็ยังมีหวังหายใจลึกๆ หนึ่งครั้ง เสินจื่ออี้ตัดสินใจที่