ำพูดของเสี่ยวเสวียนฉีไม่ใช่แค่พูดเล่น เยว่เมอถูกส่งมาอยู่ข้างกายเธอจริงๆและไม่ใช่แค่ติดตามเธอเท่านั้น ยังช่วยรับงานหนักทุกอย่างอีกด้วย“คุณหนู พักผ่อนเถอะค่ะ ข้าจะช่วยเอง”“ให้ข้าทำเถอะ!”“ข้าทำเอง!”“ข้า!”“…”คราวนี้แม้แต่เสินจื่ออี้ก็มองไม่ออกแล้วนอกจากนี้ อาหารสามมื้อของเธอก็เป็นไปตามที่เสี่ยวเสวียนฉีบอกไว้ มีการจัดคนมาส่งอาหารแยกต่างหากเธอคิดว่านี่เป็นเพียงชั่วคราว พอกลับวังคงจะดีขึ้นไม่คิดว่า…ค่ำคืนนั้น เสินจื่ออี้มองอาหารเลิศรสและของบำรุงที่วางอยู่บนโต๊ะในห้องเล็กของเธอที่วังหลีเยว่ สีหน้าเธอหม่นลงเป็นระยะเยว่เมอตักซุปให้เธอหนึ่งชาม: “คุณหนู นี่เป็นซุปรากบัวที่ท่านชอบดื่มเป็นประจำค่ะ”ท่าทีนี้เคารพนบนอบมาก เมื่อเทียบกับตอนที่อยู่ในตำหนักบูรพาก่อนหน้านี้ เป็นคนละท่าทีเลยแต่เสินจื่ออี้กลับไม่รู้สึกดีใจเลยแม้แต่น้อย“วางลง”“คุณหนู…”“ข้าบอกให้เจ้าวางลง!”สีหน้าของเสินจื่ออี้เขียวคล้ำ“เยว่เมอ พอได้แล้ว! ข้าไม่รู้ว่าพวกเจ้ากำลังทำอะไรกัน และข้าก็ไม่ต้องการให้เจ้ามาช่วยที่นี่”วันเวลาอันยากลำบากในวังมาถึงตอนนี้ ในอดีตเมื่อเธอมีชีวิตอยู่ในความทุกข์ทรมาน ไม่เคยมีใครยื่นมือมาช่วยเหลือตอนนี้เมื่อเธอมีชีวิตใหม่ เขากลับไล่ตามเธอไม่ปล่อยเธอยิ้มเยาะมุมปาก: “พูดความจริงมาเถอะ เขาส่งเจ้ามาสอดแนมข้าใช่ไหม?”ครั้งล่าสุดที่เขามาหาเพื่อพาเธอกลับตำหนักบูรพา เธอปฏิเสธไปเขาจึงเปลี่ยนกลยุทธ์ ส่งเยว่เมอมาสอดแนม