มุมปากยกยิ้มเช่นกันสายลมบนเขาพัดความร้อนของยามบ่ายให้กระจายไป ห่างไกลจากเรื่องวุ่นวายในวังหลวง ความแค้นของบ้านเมือง ทุกอย่างดูสงบเงียบรวมถึงรอยยิ้มบนใบหน้าของหญิงสาวในป่าไผ่ก็ดูบริสุทธิ์สายลมพัดอ่อนๆ ไม่มีใครรู้ว่ามันลอดเข้าไปถึงใจใครเก็บรอยยิ้มแล้ว เสินจื่ออี้เร่งฝีเท้าเตรียมกลับไปตามเวลาแล้ว สนมชายาคนอื่นๆ คงออกเดินทางกลับวังกันหมดแล้ว พระสนมไท่เจาอี๋แม้จะแกล้งป่วยอยู่ต่ออีกวัน แต่การอยู่นานเกินไปก็อาจทำให้คนสงสัยได้เพิ่งจะหันตัวไป เธอก็เจอกับคนๆ หนึ่งที่นี่รอยยิ้มที่ยังหลงเหลืออยู่บนใบหน้าของเสินจื่ออี้ก็หายไปในทันใดบนไหล่เขา มู่จิ่งชูยืนล้วงมือทั้งสองไว้ด้านหลังอยู่เหนือป่าไผ่ ขมวดคิ้วมองรถม้าที่กำลังห่างออกไปด้านหลังของเสินจื่ออี้ด้วยสายตาซับซ้อนเสินจื่ออี้รู้ว่าเขาต้องเห็นเธอที่หอคัมภีร์แน่ๆมู่จิ่งชูรู้มาตลอดว่าเสินจื่ออี้นั้นใจกล้า ไม่เช่นนั้นตอนนั้นเธอคงไม่ได้ทุ่มเททุกอย่างเพื่อไขว่คว้าเขาอย่างสุดชีวิตนานเช่นนั้นเขาเคยคิดว่า ตอนที่เธออยู่ในตำหนักบูรพา ทุกอย่างในตัวเธอถูกบั่นทอนจนหมดสิ้น แม้แต่นิสัยดั้งเดิมก็ไม่เหลือ แต่เพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่า เธอไม่ได้เปลี่ยนไป แค่ไม่อยากมอบความหุนหันและตัวตนที่แท้จริงให้เขาอีกต่อไปเท่านั้น“เธอรู้จักกับหลิวซื่อไป๋ได้ยังไง” น้ำเสียงของมู่จิ่งชูแฝงไปด้วยความไม่พอใจและตำหนิ หากใครไม่รู้ จะคิดว่าเขามาจับชู้เสียอีกเสินจื่ออี้มีสีหน้าสงบ ก้มสายตา