่อยเอาจริงเอาจัง แต่พระสนมไท่เจาอี๋เชื่อใจเขามากเพราะทั้งสองมีการติดต่อทางจดหมายมานานแล้วยิ่งไปกว่านั้น เขายังเป็นคนเดียวในราชสำนักที่กล้าข้องเกี่ยวกับคดีลับของตระกูลเซินเสินจื่ออี้ไม่ได้สงสัยเขา เพียงแต่รู้สึกว่าหลิวซื่อไป๋อาจจะตั้งใจปิดบังอะไรบางอย่างทำไมต้องปิดบัง? เขากังวลว่านางจะรับไม่ได้หรือ…เสินจื่ออี้อดยิ้มขมขื่นไม่ได้มาถึงขนาดนี้แล้ว ยังมีเรื่องอะไรที่นางจะรับไม่ได้อีกเล่า?แต่เบาะแสที่หลิวซื่อไป๋ให้มานี้ ก็เปิดโลกใหม่ให้เสินจื่ออี้อย่างแท้จริงก่อนหน้านี้ นางมักจะจดจ่ออยู่กับแฟ้มที่อยู่ในมือบิดาตอนนั้นบางทีความกังวลของบิดาในตอนนั้น อาจจะไม่ได้มาจากแฟ้มนี้… หรือไม่ใช่เพราะแฟ้มนี้เพียงอย่างเดียวหลังจากตระกูลเซินถูกยึดทรัพย์ ทุกอย่างในบ้านก็ถูกส่งไปยังกรมอาญาต้าหลี่แม้จะไม่รู้ว่าจดหมายฉบับนั้นยังอยู่หรือไม่แต่เสินจื่ออี้คิดว่า ถึงเวลาที่นางควรไปเยือนที่นั่นแล้วพอดีกับที่การออกจากวังครั้งนี้เปิดโอกาสให้นางเสินจื่ออี้และพระสนมไท่เจาอี๋ปรึกษากันอย่างรวดเร็ว ทั้งสองตกลงกันว่า วันพรุ่งนี้จะให้พระสนมไท่เจาอี๋แกล้งป่วย เพื่ออยู่ที่วัดต่ออีกหนึ่งวันหรือครึ่งวันเมื่อตัดสินใจเรียบร้อย ทั้งสองก็เตรียมออกจากกระท่อมในป่าเขาตอนเปิดประตู เสินจื่ออี้ไม่ทันสังเกตเห็นคนที่ยืนอยู่หน้าประตู พอเดินออกไปก็พลาดชนเข้ากับอ้อมอกของอีกฝ่ายอย่างจังโชคดีที่นางถอยกลับมาได้ทันหลังจากถอยหลังไปสองก้าว เสินจื่