“วันข้างหน้ายังอีกยาว”แล้วก้าวเท้าออกไป!เสินจื่ออี้ก็เดินตามเสี่ยวเสวียนฉีออกจากห้องทรงพระอักษรออกจากที่นั่นแล้ว เดินไปตามทางเล็กในวัง เสินจื่ออี้มองเงาร่างของชายตรงหน้าที่เย็นชาเป็นพิเศษในวันนี้ ลังเลอยู่นาน สุดท้ายก็ตัดสินใจเอ่ยปากถามคำถามที่นางอยากถามมานาน “ตอนนั้น เป็นท่านใช่ไหมที่…” ไปขอให้ฝ่าบาทไว้ชีวิตข้าไว้?“ยังไง ไม่ได้ถูกเสี่ยวเย่พาออกไป ผิดหวังมากสินะ?” เสี่ยวเสวียนฉีเอ่ยขึ้นก่อนตัดคำพูดของนางเขาเหลือบมองมาทางนาง แววตาเยียบเย็น มีแววโกรธแฝงอยู่ ก้าวเข้ามาคว้ามือนางไว้!“เจ้าอยากออกไปจากข้าถึงเพียงนี้เลยรึ? เพราะอยากออกไปมาก เจ้าเลยไปขอร้องเสี่ยวเย่ใช่ไหม! พอเราออกจากวังปุ๊บ เจ้าก็ตามเสี่ยวเย่ไปหาฝ่าบาท!”“ข้ารู้ว่าเจ้าเจ้าเล่ห์ แต่ไม่คิดว่าเจ้าจะวางแผนลึกซึ้งถึงเพียงนี้!”หากไม่ใช่เพราะเขาได้ข่าวตอนออกจากวังว่าเสี่ยวเย่ไปหาฝ่าบาทที่ห้องทรงพระอักษร วันนี้นางอาจจะประสบความสำเร็จแล้วก็ได้!ช่างน่าขัน ที่วันนี้ตอนอยู่ในวังหยูฮวา เขาเกือบจะลืมทุกอย่างที่นางเคยทำกับเขาแถมยังคิดที่จะทิ้งอดีตของพวกเขาทั้งหมด ตั้งใจก้าวไปข้างหน้าเอง อยากให้พวกเขาได้เริ่มต้นใหม่!แต่นางล่ะ?ก็ยังเหมือนเดิม เหมือนที่เคยทิ้งเขาไป!อีกครั้งที่ถูกทอดทิ้ง!เสินจื่ออี้ตกใจกับท่าทีของเขา ค่อย ๆ ถอยหลัง สีหน้าตกใจ ส่ายหน้าพูดว่า “ข้า ข้าไม่ได้ ข้าไม่เคยอ้อนวอนเสี่ยวเย่เลย”“ไม่เคยงั้นเหรอ?” เสี่ยวเสวียนฉีหัวเราะเย