เสี่ยวจื่อหรูสีหน้าตื่นตระหนก รีบบอกว่า “อย่า อย่าเรียก วันนี้จิ่งชูยุ่งมากแล้ว พอเถอะ ซิ่วเอ๋อร์ เจ้ารีบออกไปเถิด ข้ายังมีเรื่องจะพูดกับคุณหนูเสิ่น”“กุ๋นจู…” ซิ่วเอ๋อร์กระทืบเท้าอย่างร้อนใจ “ท่านช่างใจดีเสียจริง โดนคนรังแกยังอุตส่าห์อดทนไม่ยอมบอกใคร!”“รีบออกไป ออกไป ถ้ายังไม่ไป ต่อไปก็อย่าเรียกข้าว่านาย” เสี่ยวจื่อหรูแกล้งทำเป็นโกรธเล็กน้อยซิ่วเอ๋อร์จึงจำใจออกไปแต่ตอนที่เดินออกไป เธอยังจ้องเขม็งไปทางเสินจื่ออี้ แล้วหันไปมองเสี่ยวจื่อหรูที่ยังแอบซับน้ำตาที่หัวตา ในใจเธอตัดสินไปแล้วว่าเสินจื่ออี้รังแกกุ๋นจูแน่นอน!ซิ่วเอ๋อร์ไม่กล้าฝ่าฝืนคำสั่งกุ๋นจู แต่ก็ไม่อาจปล่อยให้กุ๋นจูผู้มีจิตใจบริสุทธิ์ถูกคนต่ำช้ารังแก!หลังจากคิดหาวิธีอยู่หลายรอบ ซิ่วเอ๋อร์ก็หันไปรีบมุ่งหน้าไปยังเขตล่าสัตว์วันจริงของการล่าสัตว์ฤดูใบไม้ผลิคือพรุ่งนี้ วันนี้ฮ่องเต้ฉงหมิงและคนอื่นๆ ยังพักผ่อนอยู่ในตำหนักชั่วคราวเพื่อให้การล่าสัตว์ในวันพรุ่งนี้เป็นไปอย่างราบรื่น วันนี้คนที่ตรวจตราป่าล่าสัตว์ไม่เพียงแค่เสี่ยวเย่ แต่ยังมีเสี่ยวเสวียนฉีและมู่จิ่งชูด้วย โดยพื้นฐานแล้วยกเว้นทหารองครักษ์ที่คอยเฝ้าตำหนักชั่วคราว คนอื่นๆ ล้วนไม่ได้อยู่เฉยๆเมื่อซิ่วเอ๋อร์รีบมาถึง เธอเห็นมู่จิ่งชูที่กำลังขี่ม้าออกมาจากป่าล่าสัตว์แต่ไกลเธอรีบวิ่งไปคุกเข่าลง “คุณชายผู้ดี! ขอคุณชายผู้ดีช่วยให้ความยุติธรรมแก่กุ๋นจูของข้าด้วย!”มู่จิ่งชูรั้งบังเห