เสินจื่ออี้ไม่ขยับตัว ก้มหน้าพูดเสียงแหบพร่าว่า “องค์รัชทายาท หม่อมฉันเพียงแค่พลาดลื่นล้มลงบนพื้นเท่านั้นเพคะ”อาจเป็นเพราะคืนนี้ไร้สายลม ทำให้ยามค่ำคืนยิ่งเงียบสงัด เสียงแหบพร่าของเสินจื่ออี้ยิ่งฟังชัดกว่าเดิมเสี่ยวเสวียนฉีขมวดคิ้วในใจ ราวกับเพิ่งสังเกตเห็นว่าไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไร เสียงของนางกลายเป็นเสียงแหบแห้งที่ฟังแล้วแสบหู ไม่มีความคล่องใสไพเราะเหมือนแต่ก่อนความแหบพร่าเช่นนี้ ราวกับมีเม็ดทรายครูดในลำคอของนาง เป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน!เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าไม่เหลือความอดทนอีกแล้วจับคางนางยกขึ้นมาทันที!รอยเลือดที่มุมปากและรอยฝ่ามือแดงบนใบหน้า ปรากฏชัดใต้แสงจันทร์สีขาวซีด!เยว่เมอเห็นแล้วอดสูดลมหายใจไม่ได้เสี่ยวเสวียนฉีกลืนน้ำลาย จ้องมองใบหน้านาง กัดฟันถามทีละคำ “แล้วรอยพวกนี้ก็เกิดจากการล้มของเจ้าเช่นกันหรือ?”เสินจื่ออี้เบือนดวงตาที่แดงเรื่อไปทางอื่น ยิ้มน้อยๆ พูดว่า “ใช่เพคะ หม่อมฉันเซ่อซ่า เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเป็นประจำอยู่แล้ว”หลังความเงียบอันน่าขนลุกผ่านไปเสี่ยวเสวียนฉีหัวเราะออกมาอย่างกะทันหัน! ดวงตาอำมหิตแผ่ความโกรธเดือดพล่าน!เขาโกรธแล้วทำไมถึงโกรธกันนะ?ไม่บอกว่าตัวเองล้ม แล้วจะให้นางพูดต่อหน้าคนมากมายว่า หลังจากมาที่ตำหนักบูรพา บาดแผลทุกแห่งบนร่างของนาง ล้วนเป็นของขวัญจากมือของเขาเองหรือ? แน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้ เว้นแต่นางอยากตาย“จริงหรือ? แม้แต่รอยฝ่ามือ