นตำหนักบูรพาตั้งแต่ฟ้าสางคุกใต้ดินทั้งมืดทั้งชื้น อยู่ที่นี่ไม่ใช่เรื่องสบายแต่สำหรับเสินจื่ออี้แล้ว การมีที่ที่พอจะหายใจได้และห่างไกลจากความวุ่นวาย กลับเป็นสถานที่ที่ดีที่หาได้ยากผู้คุมคุกใต้ดินตำหนักบูรพานั่งดื่มเหล้าอยู่ที่โต๊ะด้านหน้า เยาะเย้ยคนในคุก“พวกเราก็มีโชคเหมือนกันนะ ได้คุมตัวธิดาผู้สืบสกุลตระกูลเสิ่นซะได้”“ยังจะธิดาผู้สืบสกุลตระกูลเสิ่นอีก ตระกูลเสิ่นก็ไม่มีแล้ว นางก็แค่ขี้หมาแห้งๆ!”ผู้คุมคนหนึ่งเตะลูกกรงเหล็กหน้าเสินจื่ออี้ “มาสิ ยิ้มหน่อย ข้าจะให้น้ำเจ้าดื่มสักอึก!”ทหารรักษาพระองค์ที่เฝ้าอยู่นอกคุกใต้ดิน ได้ยินเสียงจากข้างใน แต่ไม่มีปฏิกิริยาใดๆดูเหมือนว่าพวกเขาล้วนเห็นเสินจื่ออี้เป็นสายลับที่ทรยศรัชทายาท การที่ไม่ได้ฆ่านางก็นับว่าเมตตามากแล้ว ใครเล่าจะสงสารนาง?เสินจื่ออี้นิ่งเฉยต่อคำเยาะเย้ยของผู้คุมโชคดีที่คำพูดแบบนี้ เธอได้ยินมานับครั้งไม่ถ้วนที่นี่ จนชินชาไปแล้วเธอเพียงอาศัยแสงตะเกียงสลัว ฉีกแขนเสื้อของตัวเองเงียบๆ เพื่อพันแผลบนหลังการพันแผลเองไม่ใช่เรื่องยาก แต่แผลอยู่บนหลัง ก็มีความยากอยู่บ้างแต่ชำนาญแล้วก็ทำได้คล่องความเคลื่อนไหวของเธอดูชำนาญมาก ราวกับเคยทำเช่นนี้มานับพันนับหมื่นครั้งชายที่ยืนอยู่ที่ทางเข้าคุกใต้ดิน จ้องมองความเคลื่อนไหวของเธอด้วยสีหน้าเย็นชาเขาไม่รู้ว่าเธอเรียนรู้สิ่งเหล่านี้มาตั้งแต่เมื่อไร ทั้งที่เมื่อไม่กี่เดือนก่อน เธอแม้แต่ผ้าพันแผลยังพั