เป็นเพราะนางไม่เต็มใจจะต่อต้านใช่ไหม?เมื่อมองแผ่นหลังของเขาที่หันไปด้วยความโกรธที่ไม่อาจรู้ที่มา และอาภรณ์ลายนกกระเรียนสีฟ้าที่ดูใกล้แต่กลับสูงส่งห่างไกล ไร้ซึ่งฝุ่นผงแม้เพียงเล็กน้อยเสินจื่ออี้พลันรู้สึกว่า คนที่นางหลงรักมาเกือบครึ่งชีวิตนี้ ช่างไม่ได้วิเศษอะไรเลยน่าขันที่แต่ก่อนนางก็เป็นเช่นนั้น ยืนอยู่บนที่สูง มองทุกคนด้วยสายตาที่ไม่เท่าเทียมกัน“คุณชายผู้ดีมาถึงแล้ว แต่ไม่มีใครมารายงานข้าสักคำ! พวกเจ้ามัวทำอะไรกันอยู่!”การปรากฏตัวของเสี่ยวเสวียนฉีทำลายความเงียบที่ครอบงำที่นี่แม้คำพูดของเขาจะเหมือนการตำหนิ แต่ฟังแล้วรู้สึกได้ว่าอารมณ์ดี ไม่ได้ตั้งใจจะโกรธเคืองคนใต้บังคับบัญชาจริงๆเหอซุ่ยคิดว่าเสี่ยวเสวียนฉียังอยู่ที่วังเฉิงเฉียน คงไม่มาปรากฏตัวในเวลานี้ แต่เมื่อเห็นเขากลับมาเร็วกว่าคาด นางก็ชำเลืองมองเสินจื่ออี้ที่ยังถูกลงโทษอยู่ข้างๆพลันรู้สึกกระวนกระวายเล็กน้อยนางก้าวออกมายืน กำลังจะพูดอะไรสักสองสามคำแต่เสี่ยวเสวียนฉีกลับไม่ได้มองเสินจื่ออี้ที่นอนบนม้านั่งด้วยร่างกายที่มีแผลเลยเหอซุ่ยถอนหายใจอย่างโล่งอก แล้วค่อยๆ ถอยกลับไป“คุณชายผู้ดีเป็นแขกผู้มีเกียรติ ปกติไม่ค่อยออกจากบ้าน แม้แต่ฝ่าบาทยังตรัสว่า การได้พบคุณชายผู้ดีสักครั้งช่างยากเย็นนัก! ไม่นึกเลยว่าตำหนักบูรพาของข้าจะมีหน้ามีตาถึงเพียงนี้ ถึงกับทำให้คุณชายผู้ดีแวะมาบ่อยๆ”เสี่ยวเสวียนฉีสาวเท้าเข้ามาในชุดคลุมขนจิ้งจอก มุมปากยก