กอุ้มถาดที่คลุมด้วยผ้าไหมแดงไว้ในมือ
ภายใต้สายตาเร่าร้อนของเหล่าหมอยาจากสำนักยา ท่านหมอยาใหญ่เสวียยุ่นเหลียงค่อยๆ เดินมาถึงหน้าผา จากนั้นเงยดวงตาที่ดูมัวหม่นขึ้นและเอ่ยถามด้วยเสียงแหบพร่า “หลิวเหมยเอ๋อร์ หลี่ลี่ อยู่ที่ใด”
เมื่อได้ยินเสียงเรียกของท่านหมอยาใหญ่ หลิวเหมยเอ๋อร์ก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะก้าวออกไปคำนับ
หลี่ลี่รู้แล้วว่าท่านหมอยาใหญ่มาที่นี่ด้วยเหตุใด จึงก้าวออกไปคำนับพร้อมกับหลิวเหมยเอ๋อร์
ท่านหมอยาใหญ่แห่งสำนักยาหอมมาตามหาหลี่ลี่และหลิวเหมยเอ๋อร์โดยตรง ทำให้ทุกคนในสำนักยาต่างประหลาดใจยิ่งนัก
เมื่อเห็นหลี่ลี่ทั้งสอง ดวงตาของท่านหมอยาใหญ่เสวียยุ่นเหลียงก็พลันเปล่งประกายวาบออกมา “พวกเจ้าคือหลี่ลี่และหลิวเหมยเอ๋อร์หรือ”
เสวียอวิ่นเหลียงรู้ว่าตำรายาที่คนทั้งสองมอบให้นั้นลึกลับมหัศจรรย์ แต่ไม่คิดว่าจะเป็นเด็กน้อยอายุน้อยเช่นนี้ จึงอดสงสัยไม่ได้ พลางมองสำรวจหลี่ลี่ทั้งสองอย่างพินิจพิเคราะห์หลี่ลี่ กับ หลิวเหมยเอ๋อร์ ทำความเคารพอย่างนอบน้อม
“ดีมาก ดีมาก คนรุ่นใหม่มีความสามารถ” นักปรุงยาชั้นสูงเสวียอวิ่นเหลียงหัวเราะเบาๆ แล้วโบกมือ
ทันใดนั้น สาวใช้ยี่สิบคนก็เดินเข้ามาด้านหน้า เรียงแถวสองแถว สร้างทางเดินระหว่าง หลี่ลี่กับหลิวเหมยเอ๋อร์ สาวใช้สองคนที่ถือถาดค่อยๆ เดินมาที่ข้างกาย หลี่ลี่กับหลิวเหมยเอ๋อร์ แล้วเอียงตัวคุกเข่าข้างเดียว ยกถาดขึ้นเหนือศีรษะด้วยสองมือ
เมื่อเห็นพิธีการที่