หลังจากวันนั้น เตี๋ยเม่งโทรหาเว่ยเว่ยครั้งหนึ่งเพื่อขอโทษ เว่ยเว่ยตอบกลับอย่างสุภาพว่า “ไม่เป็นไร” เพราะเว่ยเว่ยไม่คิดว่าเธอเป็นเพื่อนอีกต่อไปเธออาจจะกำลังมีปัญหา แต่ไม่ควรฉวยโอกาสหลอกใช้เธอเตี๋ยเม่งดูเหมือนจะรู้ตัว เธอถอนใจ และไม่เคยติดต่อเว่ยเว่ยอีกเว่ยเว่ยมีความสุขกับการฝึกงาน เธอเริ่มสนิทสนมกับพนักงานของจีอวี้แต่ความสนิทสนมใช่จะเป็นเรื่องดีเสมอไป ตัวอย่างเช่นเมื่อวาน ขณะปราชุมเพื่อถกถึงความเป็นไปได้ที่จะเพิ่มความสัมพันธ์ภายในครอบครัว แม้ทุกคนจะเห็นด้วยกับเธอแต่พวกเขาก็เริ่มถกเรื่องอื่น“นี่รุ่นน้อง พวกเราเป็นกลุ่มของเด็กที่น่าสงสาร ไร้ญาติขาดมิตร ไม่มีแรงบันดาลใจในการทำระบบครอบครัว เรื่องนี้คงต้องพึ่งเธอแล้ว”“ใช่ ใช่ เธอเขียนสิ่งที่คิดและอยากทำกับเสี่ยวเกอ นั่นต้องเป็นนวัตกรรมแน่”“ฮี่ฮี่” ใครบางคนหัวเราะอย่างมีเลศนัย “โชคดีที่ไม่ใช่สิ่งที่เสี่ยวเกอต้องการทำกับรุ่นน้อง”ทุกคนเข้าใจและเริ่มผสมโรงหัวเราะอย่างเจ้าเล่ห์: “นั่นเป็นของต้องห้าม”นทีแห่งความฝัน
P a g e | 350เว่ยเว่ยทำอะไรไม่ได้นอกจากเสมองเพดาน เธอรู้สึกได้ว่ามันคงหนักข้อขึ้นเรื่อยๆในอนาคต
บ่ายวันนี้เซียวไหนไปพบลูกค้า เว่ยเว่ยจึงไปกินข้าวกับอวี้กงและโม่จาทาKO ผู้ลึกลับมากับโม่จาทาด้วยบริกรนำเมนูมาให้ผู้หญิงเพียงคนเดียวในโต๊ะ เว่ยเว่ยรับมาและส่งให้KO: “รุ่นพี่ KO สั่งอาหารสิ”KO สั่นหัวอย่างเก๋ไก๋โม่จาทาได้ยินและรู้สึกระคายหู