่นำคนทั้งสี่มาเข้าเฝ้าถวายรายงาน ฮ่องเต้ทรงเอ่ยชมเมื่อทราบว่าเติ้งเฉินฟู่กับจินวั่งซู่เป็นผู้เผาอาคารพวกนั้น“เรือนค่อยข้างอยู่ติดกันและวันนี้ลมแรง เห็นทีคงมิได้ไหม้เพียงสองอาคารเสียแล้วพะยะค่ะ เพราะกลุ่มควันไฟมีขนาดใหญ่เหลือเกิน” เซียนหย่งไถคะเนจากระยะและทิศทางเรือนต่างๆ ในสำนักมืออสูร “เห็นทีคงไหม้อาคารส่วนกลางไปด้วยแล้ว พะยะค่ะ”ฮ่องเต้ทรงพอพระทัย “ยิ่งเพิ่มความโกรธแค้นก็ยิ่งดีเพราะเถียนลู่หลินผู้นั้นจะได้อยากออกมาแก้แค้นมากยิ่งขึ้น”กว่าจะดับไฟได้เรือนใหญ่เรือนเล็กก็ถูกทำลายไปสี่หลัง ประมุขเถียนยืนมองดูซากเหล่านั้นด้วยความโกรธแค้น“พวกมันกล้าย้อนกลับมาเผาสำนัก ผู้คุมกฎฝ่ายซ้ายเจ้าคนสารเลว ข้าจะจับมันมาถลกหนัง ตัดหัวเสียบประจานหน้าสำนักมิให้เป็นเยี่ยงอย่าง ผู้ใดทรยศผู้นั้นต้องตายอย่างน่าอนาถ”“ท่านประมุขมีคนเอาจดหมายถึงท่านมาวางไว้ในเรือนขอรับ” บ่าวรับใช้ในเรือนวิ่งเอาสาส์นมาส่งให้เถียนลู่หลินมองด้วยความแปลกใจ ซองจดหมายและกระดาษที่ใช้ดูแล้วมิใช่ที่คนทั่วไปใช้กัน เกรงว่าจะเป็น….“หึ! กล้ามาท้าทายข้างั้นหรือหมิงเฟยหลง?เช่นนั้นเราจะได้รู้กัน?”นับได้ว่าแหย่ถูกแก่นรังแตนนัก โทสะของประมุขเถียนพุ่งขึ้นแทบจะสูงท่วมฟ้า ตะโกนเรียกคนในสำนักปราชุมในทันที เพราะห้องโถงใหญ่ถูกไฟไหม้เสียหายไปแวจำเป็นต้องอาศัยลานกว้างหน้าเรือนประมุขเป็นที่ปราชุมชั่วคราว“ข้าจะท้าประลองกับหมิงเฟยหลง!” น ้าเสียงแกร่งกร้า