ม่มีอาวุธใดๆ ถูกปล่อยมาอีก และที่แน่ๆ เราไม่ควรขยับเขยื้อนหีบพวกนี้ หยิบเอาแต่เพียงทองออกมาก็พอเพราะไม่แน่ว่าบางคราเจ้าของกลไกอาจจะทำอาวุธออกมาอีกในยามที่วัตถุพวกนี้ถูกเคลื่อนย้าย” จินวั่งซู่อธิบายยืดยาว คนรอบข้างได้ยินก็มองไปรอบๆ ด้วยความหวาดระแวง“เช่นนั้นก็ให้เจ้าอยู่ควบคุมการขนย้ายด้วยก็แล้วกัน” หมิงเฟยหลงทรงแย้มพระสรวล คนผู้นี้นับว่าใช้การได้ยิ่งนัก ไม่เสียแรงที่คิดจะเอามาใช้งาน“กระหม่อมยินดีพะยะค่ะ” จินวั่งซู่ค้อมศีรษะลงรับด้วยความเต็มใจ“ข้าใช้เวลานับสิบปีตามหาขุมทรัพย์แห่งนี้ ไม่น่าเชื่อว่าจะค้นพบได้ จะได้มีงบประมาณในการสร้างเขื่อนสักที” หมิงเฟยหลงทรงถอนพระปัสสาสะ ต่อไปกรมการคลังก็จะมีความมั่นคงมากยิ่งขึ้นจนกว่าเส้นทางการค้าที่ขยายเอาไว้จะเริ่มเห็นผล การส่งเสริมเกษตรกรในแต่ละท้องถิ่นให้ส่งสินค้าไปจำหน่ายมีมากขึ้น อีกไม่นานภาวะเศรษฐกิจของแคว้นก็คงจะขึ้นตามลำดับจินวั่งซู่เห็นฮ่องเต้ทรงมีเจตนารมณ์อันดีที่จะนำทองเหล่านี้ไปสร้างเขื่อนเพื่อให้ราษฏรอยู่ดีกินดีจึงยิ่งอยากจะช่วยงานให้สุดกำลัง“หม่อมฉันจะปกป้องทองเหล่านี้ด้วยชีวิตพะยะค่ะเพื่อให้แคว้นของเราได้มีเขื่อนกักเก็บน ้าไว้ช่วยเหลือราษฎร”หงอี้เทียนที่เดินกลับมาสมทบหลังจากสำรวจทองแต่ละหีบแล้ว เงยหน้ามองเพดานและกวาดสายตามองผนังที่เริ่มมีรอยปริร้าวก็นึกเป็นห่วงจึงรีบกราบทูล“ฝ่าบาทรีบขนทองพวกนี้ออกไปดีกว่านะพะยะค่ะที่นี่ก่อสร้างไว้นา