ิ้นคงสงสารเจ้าเสียเปล่า!”เฉินเฟยมองพระสวามีด้วยสายตาเยียบเย็น “ในเมื่อฝ่าบาททรงทราบแล้ว หม่อมฉันก็อยากจะกราบทูลพระองค์ว่าที่ผ่านมาหม่อมฉันต่างหากเป็นผู้สูญเสียยามที่พระโอรสของหม่อมฉันสิ้นพราชนม์ ฝ่าบาทกลับทรงไปขลุกอยู่กับตงเฟย นางแพศยานั่นคิดว่าตนเองงดงามกว่าผู้ใด ยึดพระองค์ได้แล้วกลับมาเยาะเย้ยหม่อมฉัน นางสมควรตายแล้วเพคะ!”หมิงเฟยหลงตกตะลึง ความเจ็บปวดของนางเป็นความจริง“เดิมทียานี้หม่อมฉันไม่เคยรู้จัก แต่หลังจากลูกของหม่อมฉันตาย หม่อมฉันให้คนไปสืบเสาะหาต้นตอจนพบว่ามีนางกำนัลผู้หนึ่งมาจากหมู่บ้านบนเทือกเขามังกร นางรู้จักผงหยกหิมะนี้ เสียดายนางตายไปเสียก่อนเพราะนางรู้ว่าผู้ใดเป็นคนฆ่าลูกของหม่อมฉันจากนั้นหม่อมฉันก็ส่งคนไปเอาผงหยกหิมะนี่มาเพื่อวางแผนกำจัดนางแพศยานั่น!”“บังอาจนัก!” ฮ่องเต้ทรงตะโกนออกมา มิใช่แค่ตงเฟยที่ตายด้วยไข้หนาว ยังมีนางสนมอีกหลายคนที่พอมีข่าวว่าฮ่องเต้ให้รับใช้เพียงคืนเดียว นางก็รีบร้อนกำจัดแล้ว “เจ้ามิใช่เพียงต้องการแก้แค้นตงเฟย แต่เจ้าคือคนอำมหิตผู้หนึ่งต่างหาก ถูมามาหลี่สารภาพหมดสิ้น เจ้ากำจัดนางสนมอีกสามรายที่เจิ้นเคยให้ปรนนิบัติ!”เฉินเฟยได้ยินก็หัวเราะลั่น “พวกนางสมควรตายแล้ว เพราะพวกนางล้วนถูกตงเฟยกับเสิ่นกุ้ยเฟยส่งมาล่อลวงฝ่าบาท หม่อมฉันแค่ทำหน้าที่กำจัดพวกนางแทนฝ่าบาทเท่านั้นเพคะ!”หงซือซือได้ยินก็ตกใจ แรงรักแรงแค้นของสตรีช่างน่ากลัว! ใบหน้างดงามสงบเสงี่ยม