”จินวั่งซู่แทบจะผวาเข้าไปจับมือเติ้งเฉินฟู่ ในที่สุดเขาก็มีคนมาช่วยชีวิตแล้ว องครักษ์เติ้งผู้นี้นับว่ารูปร่างหน้าตาน่าดูไม่น้อย บางทีอาจจะใช้เป็นเหยื่อล่อให้ฮูหยินไร้รอยละเว้นเขาไปเสีย จินวั่งซู่ดีใจที่เขายังมิได้เปิดโปงอดีตของนาง มิฉะนั้นคงพลาดโอกาสอันยิ่งใหญ่ “เจ้ารีบมาเลยนะ ข้าจะบอกให้นางรอ”หูซิ่นสือเดินตามมาสมทบและแจ้งข่าวให้ทั้งสามทราบว่าอีกสองวันเขาจะจัดพิธีแต่งงานจวนเจ้าเมืองแห่งนี้“เหตุใดเจ้าจึงรีบนักเล่า?”“เพราะหากกลับเมืองหลวง ครอบครัวของนางย่อมมิได้ร่วมงานแต่งน่ะสิ ยามนี้ท่านพ่อท่านแม่ของนางก็ตามมาเมืองชิงหลิวด้วยแล้ว ข้าจึงขอให้ฝ่าบาททรงกำหนดวันแต่งให้เร็วขึ้น”“นี่เป็นข้ออ้างมากกว่ากระมัง? ข้าว่าเจ้าคงอยากจะกินเจ้าสาวเต็มแก่แล้ว” จินวั่งซู่เห็นสายตาวิบวับของว่าที่เจ้าบ่าวแล้วก็พอจะรู้ว่าหู่ซิ่นสือแทบจะรอวันวิวาห์ไม่ไหว หากช้ากว่านี้เห็นทีคงจะต้องบุกห้องเจ้าสาวกลางดึกหู่ซิ่นสือยิ้มกริ่มค้อมศีรษะล้อเลียน “เป็นคุณชายจินที่เป็นผู้รู้จริง ข้าน้อยยอมรับ” บุรุษทั้งสี่จึงหัวเราะออกมาพร้อมกัน“หึ! เจ้าทำสิ่งใดก็ล ้าหน้าข้าก้าวหนึ่งเสมอ ไม่ยอมให้ข้าได้ชนะบ้างเลย”“เจ้าก็คิดหาวิธีเข้าสิ มีสิ่งใดที่เจ้าจะเอาชนะข้าได้บ้าง?” องครักษ์หู่หันมาเย้าสหายด้วยยิ้ม จูจิ้นติ้งคล้ายโดนท้าทายครั้งใหญ่ กลับจากห้องของจินวั่งซู่เขามานั่งจิบน ้าชาคิดวิธีเอาชนะคู่แข่งตลอดกาลอยู่ทั้งวันตกค ่าเขาเผ่นออก